บทวิเคราะห์การแข่งขันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส เจาะลึกการพบกันในนัดปิดฤดูกาล 2011/12 ของ พรีเมียร์ลีก ที่สนาม เอติฮัด สเตเดียม ซึ่งเป็นตารางการแข่งขันที่ตัดสินทั้งตำแหน่งแชมป์และการหนีตกชั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงเล่นการแข่งขันนัดนี้โดยมีคะแนนเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ 86 คะแนน แต่ครองอันดับหนึ่งด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่าแปดลูก การชนะการันตีการคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1968 ของซิตี้ โดยไม่ต้องสนใจผลการแข่งขันของยูไนเต็ดที่ ซันเดอร์แลนด์ ทางด้าน ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส รั้งอันดับที่ 17 มี 37 คะแนน นำหน้าโบลตัน วันเดอเรอร์ส ในโซนตกชั้นอันดับสุดท้ายอยู่สองคะแนน คิวพีอาร์ลงสนามภายใต้การคุมทัพของ มาร์ก ฮิวจ์ส อดีตผู้จัดการทีมซิตี้ที่ถูกสโมสรปลดออกจากตำแหน่งในเดือนธันวาคม 2009

บทวิเคราะห์การแข่งขันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ติดตามชัยชนะ 3-2 ของซิตี้ที่พลิกผันจากสองประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ปาโบล ซาบาเลตา ยิงให้ซิตี้ขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 39 จากจังหวะยิงที่หลุดมือ แพดดี เคนนี ฌิบริล ซิสเซ ตีเสมอในนาทีที่ 48 หลังจากลูกโหม่งของ โจเลียน เลสค็อตต์ ตกไม่ถึงแนวเกมรับ โจอี้ บาร์ตัน โดนใบแดงในนาทีที่ 55 แต่คิวพีอาร์ที่เหลือสิบคนกลับขึ้นนำ 2-1 จากลูกโหม่งของ เจมี แม็คกี ในนาทีที่ 66 เอดิน เชโก โหม่งลูกเตะมุมของ ดาบิด ซิลบา เข้าไปในนาทีที่ 92 ทำให้การแข่งขันกลับมาเสมอกัน ขณะที่ยูไนเต็ดกำลังนำ 1-0 ใน ซันเดอร์แลนด์ เซร์ฆิโอ อเกวโร ซัดประตูชัยในนาทีที่ 93 กับอีก 20 วินาที ส่งผลให้ซิตี้คว้าแชมป์ด้วยผลต่างประตูได้เสีย
อัตราต่อรองการแข่งขันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ยกให้ ซิตี้ เป็นต่ออย่างท่วมท้นในการคว้าชัยชนะนัดตัดสินแชมป์ โดยบ่อนรับพนันถูกกฎหมายเปิดราคาจ่ายฝั่ง ซิตี้ ไว้ใกล้เคียง -550 ซึ่งลดลงจากราคาเปิดที่ประมาณ -450 ขณะที่ คิวพีอาร์ ไหลขึ้นไปถึง +1400 สะท้อนถึงช่องว่างระหว่างทีมจ่าฝูงลีกและทีมหนีตกชั้น ซิตี้ ถือสถิติเกมเหย้า (ในบ้าน) อันยอดเยี่ยมด้วยการคว้าชัยชนะ 17 นัดจาก 18 นัดที่ลงเล่นเกมลีกที่เอติฮัดก่อนเริ่มเกม ด้านจำนวนประตูรวมเปิดไว้ที่ 3.5 ประตู ซึ่งสอดคล้องกับเกมรุกของ ซิตี้ ที่ทำเฉลี่ยมากกว่าสองประตูต่อเกม โดยแต้มต่อสองลูกบนแฮนดิแคปสะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังว่าเจ้าบ้านจะเก็บชัยชนะได้อย่างง่ายดาย

อัตราต่อรองสำหรับการแข่งขันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | ทีม | ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส |
|---|---|---|
| -450 | ราคาเปิด | +1200 |
| -550 | ราคาจ่าย | +1400 |
| 3.5 | จำนวนประตูรวม | 3.5 |
| -2.0 | แต้มต่อ | +2.0 |
สถิติการพบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ก่อนเกมนัดที่ 2012 ครอบคลุมการดวลกันมานานหลายทศวรรษทั้งในลีกสูงสุดและลีกระดับสอง โดยทั้งสองสโมสรลงเล่นร่วมกันใน พรีเมียร์ลีก สี่ฤดูกาลตั้งแต่ 1992/93 ถึง 1995/96 ก่อนจะกอดคอกันตกชั้นในฤดูกาลเดียวกัน จากนั้น คิวพีอาร์ ใช้เวลา 15 ปีอยู่นอกลีกสูงสุด ก่อนจะคัมแบ็กกลับมาได้ในฐานะแชมป์แชมเปียนชิปเมื่อปี 2011 ส่วนเกมนัดแรกของฤดูกาลในเดือนพฤศจิกายน 2011 ถือเป็นการพบกันครั้งแรกใน พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ยุค 1990 ซึ่ง ซิตี้ บุกไปชนะ 3-2 ที่ลอฟตัสโรด จากประตูชัยของ ยาย่า ตูเร ในครึ่งหลัง

การพบกันครั้งล่าสุดก่อนเกมนัดปิดฤดูกาล แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| วันที่ | ทีม | รายการแข่งขัน | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|
| 5 พฤศจิกายน 2011 | ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | พรีเมียร์ลีก 2011/12 | 2-3 |
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบในห้านัดหลังสุดก่อนถึงสัปดาห์สุดท้าย โดยคว้าชัยชนะได้ทั้งห้านัดและเสียเพียงประตูเดียว การเดินหน้าคว้าชัยเริ่มขึ้นหลังพ่าย อาร์เซนอล 1-0 เมื่อวันที่ 8 เมษายน ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ที่ทำให้ ซิตี้ มีคะแนนตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงแปดแต้ม แต่การเปิดบ้านชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 4-0 ก็จุดประกายการไล่ล่าแชมป์ขึ้นมาใหม่ ตามด้วยการบุกไปถล่ม นอริช ซิตี้ 6-1 โดย การ์ลอส เตเบซ ทำแฮตทริกได้ที่แคร์โรว์โรด ถือเป็นการคืนฟอร์มเก่งหลังจากหลุดจากทีมไปหลายเดือน จากนั้น แว็งซ็องต์ กอมปานี โหม่งประตูโทนดับ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 30 เมษายน ส่งให้ ซิตี้ ทะยานขึ้นจ่าฝูงด้วยผลต่างประตูได้เสีย ก่อนที่ ยาย่า ตูเร จะเหมาสองลูกในเกมบุกชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 ทำให้ต้องการชัยชนะอีกเพียงนัดเดียวเพื่อคว้าแชมป์
โปรแกรมลีกห้านัดก่อนวันปิดฤดูกาลของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
ผลงานของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5 เกมหลังสุด
| วันที่ | ทีม A | ผลการแข่งขัน | ทีม B | รายการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|
| 11 เมษายน 2012 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | 4-0 | เวสต์บรอมวิช อัลเบียน | พรีเมียร์ลีก |
| 14 เมษายน 2012 | นอริช ซิตี้ | 1-6 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | พรีเมียร์ลีก |
| 22 เมษายน 2012 | วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส | 0-2 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | พรีเมียร์ลีก |
| 30 เมษายน 2012 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | 1-0 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | พรีเมียร์ลีก |
| 6 พฤษภาคม 2012 | นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | 0-2 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | พรีเมียร์ลีก |
ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอนักในห้านัดหลังสุดก่อนสัปดาห์สุดท้าย โดยชนะสามและแพ้สอง ฟอร์มในบ้านช่วยพยุงสโมสรให้อยู่รอด ด้วยชัยชนะที่ลอฟตัสโรดเหนือ สวอนซี ซิตี้, ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ และ สโตก ซิตี้ โดย อาเดล ทารับต์ ทำประตูโทนดับ ท็อตแนม ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่ส่งผลกระทบต่อการลุ้นอันดับสามของ สเปอร์ส ขณะที่เกมนอกบ้านกลับพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ทั้งการแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 และพ่าย เชลซี 6-1 ซึ่ง เฟร์นันโด ตอร์เรส ทำแฮตทริกได้ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เผยให้เห็นจุดอ่อนในเกมรับของ คิวพีอาร์ ที่เสียไปถึงแปดประตูจากสองเกมเยือน อย่างไรก็ดี ชัยชนะในบ้านสามนัดช่วยหนุนให้ คิวพีอาร์ มีเพิ่มเป็น 37 คะแนน นำหน้า โบลตัน สองแต้มก่อนลงเตะนัดสุดท้าย
โปรแกรมลีกห้านัดก่อนวันปิดฤดูกาลของ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
ผลงานของควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส 5 นัดหลังสุด
| วันที่ | ทีม A | ผลการแข่งขัน | ทีม B | รายการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|
| 11 เมษายน 2012 | ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส | 3-0 | สวอนซี ซิตี้ | พรีเมียร์ลีก |
| 15 เมษายน 2012 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | 2-0 | ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส | พรีเมียร์ลีก |
| 21 เมษายน 2012 | ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส | 1-0 | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ | พรีเมียร์ลีก |
| 29 เมษายน 2012 | เชลซี | 6-1 | ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส | พรีเมียร์ลีก |
| 6 พฤษภาคม 2012 | ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส | 1-0 | สโตก ซิตี้ | พรีเมียร์ลีก |
ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกก่อนเกมนัดสุดท้ายแสดงให้เห็นว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มี 86 คะแนนเท่ากันที่ตำแหน่งหัวตาราง โดย ซิตี้ นำเป็นจ่าฝูงด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ +63 เมื่อเทียบกับ +55 ของ ยูไนเต็ด ด้าน อาร์เซนอล, ท็อตแนม และ นิวคาสเซิล ขับเคี่ยวกันอย่างสูสีในกลุ่มลุ้นอันดับสามโดยมีแต้มห่างกันเพียงสองคะแนน ขณะที่ คิวพีอาร์ รั้งอันดับ 17 มี 37 คะแนน ตามหลัง แอสตัน วิลล่า แต้มเดียว และนำหน้า โบลตัน สองแต้ม ส่วน แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอส์ ตกชั้นไปก่อนหน้านั้นแล้ว โควตาตกชั้นที่สุดท้ายจึงเป็นการแย่งชิงกันระหว่าง คิวพีอาร์ กับ โบลตัน ทำให้การลุ้นหนีตกชั้นผูกโยงกับผลการแข่งขันที่เอติฮัดโดยตรง
ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกก่อนเข้าสู่การแข่งขันนัดที่ 38 แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| ทีม | ชนะ | แพ้ | เสมอ | คะแนน |
|---|---|---|---|---|
| แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | 27 | 5 | 5 | 86 |
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | 27 | 5 | 5 | 86 |
| อาร์เซนอล | 20 | 10 | 7 | 67 |
| ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ | 19 | 9 | 9 | 66 |
| นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด | 19 | 10 | 8 | 65 |
| เชลซี | 17 | 10 | 10 | 61 |
| แอสตัน วิลล่า | 7 | 13 | 17 | 38 |
| ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส | 10 | 20 | 7 | 37 |
| โบลตัน วันเดอเรอส์ | 10 | 22 | 5 | 35 |
| แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส | 8 | 22 | 7 | 31 |
| วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอส์ | 5 | 22 | 10 | 25 |
โปรแกรมการแข่งขันตารางการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ตัดสินการลุ้นแชมป์ฤดูกาล 2011/12 คือคู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ คิวพีอาร์ และ ซันเดอร์แลนด์ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งทั้งสองคู่ลงเตะพร้อมกันในเวลา 15:00 ของวันที่ 13 พฤษภาคม ซิตี้ จำเป็นต้องชนะเพื่อการันตีแชมป์ เนื่องจากหาก ยูไนเต็ด คว้าชัยที่สเตเดียมออฟไลต์ได้ ช่องว่างผลต่างจะยังห่างกันอยู่ที่แปดประตู แต่หาก ซิตี้ ทำได้เพียงเสมอ ประตูก็จะเปิดกว้างให้ ยูไนเต็ด ขอเพียงชนะก็จะเป็นแชมป์ด้วยคะแนนทันที ซึ่ง เวย์น รูนีย์ ยิงให้ ยูไนเต็ด นำตั้งแต่นาทีที่ 20 สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับ ซิตี้ ตลอดช่วงบ่าย ขณะที่คู่ สโตก ซิตี้ พบ โบลตัน ก็มีเดิมพันหนีตกชั้น โดยหาก โบลตัน ชนะและ คิวพีอาร์ แพ้ โบลตัน จะรอดตกชั้นทันที การลงเตะพร้อมกันทุกสนามตาม โปรแกรมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ทำให้ทุกประตูที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของตารางคะแนนสดในชั่วพริบตา
โปรแกรมการแข่งขันนัดตัดสินวันสุดท้าย แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| วันที่ | ทีม | คู่แข่ง | สนามแข่งขัน | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|
| 13 พฤษภาคม 2012 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | ควีนส์พาร์ก เรนเจอร์ส | เอติฮัด สเตเดียม | ชนะ 3-2 |
| 13 พฤษภาคม 2012 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด | ซันเดอร์แลนด์ | สเตเดียมออฟไลต์ | ชนะ 1-0 |
| 13 พฤษภาคม 2012 | โบลตัน วันเดอเรอร์ส | สโตก ซิตี้ | บริทานเนียสเตเดียม | เสมอ 2-2 |
การตรวจสอบตารางการแข่งขันย้อนหลังของพรีเมียร์ลีกอังกฤษต้องอาศัยคลังข้อมูลที่บันทึกผลการแข่งขันจากทุกฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละคลังข้อมูลจะระบุวันที่ สนามแข่งขัน ผลบอล และตารางคะแนนสุดท้ายแยกตามสัปดาห์การแข่งขัน โดยบันทึกที่เป็นทางการและได้รับการตรวจสอบแล้วจะช่วยให้ข้อมูลเก่ายังคงมีความถูกต้องตรงกันในทุกแหล่งข้อมูล
ตารางการแข่งขันย้อนหลังของพรีเมียร์ลีกอังกฤษจะได้รับการตรวจสอบผ่านขั้นตอนทั้ง 5 ประการที่ระบุไว้ด้านล่างนี้
ข้อมูลการแข่งขันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส สามารถเข้าดูได้บน UFABET ผ่านขั้นตอนที่ชัดเจนบนแพลตฟอร์ม กระบวนการเริ่มตั้งแต่การลงทะเบียน ไปจนถึงการเลือกตารางการแข่งขัน การเปรียบเทียบตลาดแทงบอล และการตรวจสอบข้อมูล ทุกขั้นตอนจะนำไปสู่อัตราต่อรองและสถิติที่รวบรวมไว้ในส่วน แทงบอล
สามารถดูข้อมูลการแข่งขันระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ได้ที่ UFABET โดยทำตามขั้นตอนทั้ง 6 ขั้นตอนที่ระบุด้านล่างนี้
ตลาดแทงบอลการแข่งขันที่มีให้สำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ครอบคลุมทั้งผลการแข่งขัน การทำประตู และผู้เล่นแต่ละคนในสนาม โดยแต่ละตลาดแทงบอลตัดสินจากรายละเอียดที่แตกต่างกันของการแข่งขันที่ถูกตัดสินในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ตัวเลือกด้านล่างนี้สะท้อนถึงชุดมาตรฐานสำหรับตารางการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก
ตลาดแทงบอลการแข่งขันที่มีให้สำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
สถิติการแข่งขันที่มีผลต่อไลน์เดิมพัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ประกอบด้วยตำแหน่งในลีก ฟอร์มการเล่น อัตราการทำประตู และผลการแข่งขันที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ ลงสนามในฐานะทีมจ่าฝูง ขณะที่ คิวพีอาร์ อยู่อันดับที่ 17 เหนือโซนตกชั้นเพียงนิดเดียว แมนฯ ซิตี้ ทำได้ 90 ประตู จาก 37 นัดที่ลงเล่น คิดเป็นค่าเฉลี่ย 2.43 ประตูต่อเกม เทียบกับ 1.11 ของ คิวพีอาร์ ส่วนช่องว่างในเกมรับนั้นกว้างยิ่งกว่า โดย แมนฯ ซิตี้ เสีย 0.73 ประตูต่อเกม เทียบกับ 1.70 ของ คิวพีอาร์ ชัยชนะ 3-2 ของ แมนฯ ซิตี้ ที่ ลอฟตัสโรด ในเดือนพฤศจิกายน ยิ่งตอกย้ำภาพรวมสถิติการพบกันที่เหนือกว่าสำหรับเจ้าบ้าน
สถิติการแข่งขันที่อาจส่งผลต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
| แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | ทีม | ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส |
|---|---|---|
| 1 | อันดับในลีก | 17 |
| ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ | ฟอร์มล่าสุด (5 นัดที่ลงเล่น ล่าสุด) | ชนะ แพ้ ชนะ แพ้ ชนะ |
| 2.43 | ประตูที่ทำได้ ต่อนัด | 1.11 |
| 0.73 | ประตูที่เสีย ต่อนัด | 1.70 |
| 1ชนะ 0เสมอ 0แพ้ (2011/12) | สถิติ การพบกัน | 0ชนะ 0เสมอ 1แพ้ (2011/12) |
ไลน์การแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส เสนอราคา แมนฯ ซิตี้ อยู่ที่เกือบ -550 และ คิวพีอาร์ อยู่ที่เกือบ +1400 โดยราคาเสมอตั้งไว้ที่ประมาณ +700 ราคา -550 ต้องวางเดิมพัน $550 เพื่อให้ได้กำไร $100 ซึ่งบ่งบอกถึงความมั่นใจเกือบแน่นอนในสายตาของผู้รับเดิมพัน คิวพีอาร์ ที่ราคา +1400 ให้ผลตอบแทน $1,400 จากเงินเดิมพัน $100 ซึ่งเป็นราคาที่สะท้อนถึงช่องว่างของคุณภาพระหว่างสองสโมสร ฟอร์มในบ้านของ แมนฯ ซิตี้ และสถิติเกมเยือน (นอกบ้าน) ที่ย่ำแย่ของ คิวพีอาร์ ส่งผลให้ราคาของเจ้าบ้านต่ำมาก คิวพีอาร์ เก็บชัยชนะเกมเยือนได้เพียงสองนัดตลอดทั้งฤดูกาล ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ เสียไปเพียงสองคะแนนที่ เอติฮัด ไลน์จำนวนประตูรวมอยู่ที่ 3.5 และผลการแข่งขันห้าประตูก็ก้าวผ่านไลน์นี้ไปได้สำเร็จ ราคาขณะแข่งขันผันผวนอย่างหนัก โดย คิวพีอาร์ กลายเป็นฝ่ายได้เปรียบชั่วขณะที่จะชนะหลังจากที่ประตูของ แม็กกี ทำให้สกอร์เป็น 2-1
สถิติการแข่งขันล่าสุดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงให้เห็นถึงขุมกำลังที่กำลังเค้นฟอร์มได้อย่างพีคที่สุดในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาล สถิติการแข่งขัน ทั้งหมดสะท้อนถึงเส้นทางที่พลิกสถานการณ์จากการตามหลังถึงแปดแต้มกลับมามีโอกาสลุ้นแชมป์ โดยมีผลการแข่งขันสามนัดที่เป็นตัวกำหนดทิศทางในช่วงโค้งสุดท้าย
สถิติการแข่งขันช่วงหลังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีรายละเอียดระบุไว้ด้านล่างนี้
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วางแผนทางแท็กติกด้วยแผนการเล่น 4-2-2-2 ซึ่งสร้างขึ้นรอบ ๆ ตัวทำเกมแนวแคบและแบ็กซ้าย-ขวาที่เติมเกมรุก โรแบร์โต มันชินี จับคู่ แกเร็ธ แบร์รี กับ ยาย่า ตูเร ในแดนกลาง ในขณะที่ ซิลบา และ ซามีร์ นาสรี หุบเข้าข้างในจากพื้นที่ริมเส้น ซาบาเลตา และ กาแอล กลิชี ดันขึ้นสูงเพื่อเติมเกมกว้างในการรับมือกับ คิวพีอาร์ ที่อัดแน่นอยู่ในพื้นที่ตรงกลาง การ์ลอส เตเบซ และ เซร์ฆิโอ อเกวโร นำทัพในเกมรุก โดยสลับตำแหน่งระหว่างพื้นที่ในเขตโทษและพื้นที่ด้านหลังกองหน้า ยาย่า ตูเร ถูกเปลี่ยนตัวออกเนื่องจากอาการบาดเจ็บก่อนหมดครึ่งแรก ทำให้ต้องส่ง ไนเจล เดอ ยอง ลงมาเล่นในแดนกลางแทน มันชินี เดินหน้าบุกหนักในช่วงท้ายเกม โดยส่ง เชโก ลงมาแทน แบร์รี และส่ง มาริโอ บาโลเตลลี ลงมาแทน การ์ลอส เตเบซ กองหน้าพิเศษที่เพิ่มเข้ามาช่วยกันถล่มพื้นที่ในเขตโทษ จนนำไปสู่การได้สองประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ขุมกำลังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2011/12 ประกอบด้วยกลุ่มผู้เล่นชุดใหญ่ของ โรแบร์โต มันชินี ซึ่งผสมผสานระหว่างแข้งทีมชาติตัวเก๋าและนักเตะใหม่ที่ย้ายเข้ามาในช่วงซัมเมอร์ เซร์ฆิโอ อเกวโร และ นาสรี ย้ายมาร่วมทีมใน 2011 ช่วยเพิ่มมิติเชิงลึกให้กับแนวรุกที่ขับเคลื่อนโดย ซิลบา และ การ์ลอส เตเบซ
รายชื่อผู้เล่นในทีมของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สำหรับฤดูกาล 2011/12 มีดังต่อไปนี้
ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส รั้งอันดับที่ 17 ก่อนการแข่งขันนัดสุดท้าย โดยมี 37 คะแนน และมีแต้มนำหน้าโบลตันอยู่สองคะแนน การอยู่รอดขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันสองคู่ เนื่องจากโบลตันต้องชนะที่สโตก และลุ้นให้คิวพีอาร์แพ้เพื่อหนีออกจากโซนตกชั้น ผลเสมอที่เอติฮัดจะการันตีการรอดตกชั้นของคิวพีอาร์ทันที แบล็กเบิร์นและ วูล์ฟส์ ตกชั้นจากลีกไปแล้ว ทำให้เหลือโควตาตกชั้นอีกเพียงหนึ่งที่ โบลตันทำได้เพียงเสมอ 2-2 ที่บริทานเนีย สเตเดียม ซึ่งเป็นสนามเหย้า ยืนยันการรอดตกชั้นของคิวพีอาร์แม้จะพ่ายแพ้ที่แมนเชสเตอร์ นักเตะคิวพีอาร์ทราบข่าวการรอดตกชั้นขณะอยู่ในสนาม เพียงไม่กี่อึดใจก่อนที่ เซร์ฆิโอ อเกวโร จะยิงประตูชัย
อันดับของควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ก่อนเกมนัดสุดท้ายแสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| ทีม | ตำแหน่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|
| แอสตัน วิลล่า | 16 | 7 | 17 | 13 | 38 |
| ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส | 17 | 10 | 7 | 20 | 37 |
| โบลตัน วันเดอเรอส์ | 18 | 10 | 5 | 22 | 35 |
| แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส | 19 | 8 | 7 | 22 | 31 |
| วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอส์ | 20 | 5 | 10 | 22 | 25 |
ฟอร์มการเล่นช่วงหลังของควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส แสดงให้เห็นถึงทีมที่แข็งแกร่งในเกมเหย้าแต่เปราะบางในเกมนอกบ้าน ผลการแข่งขัน 3 นัดสะท้อนถึงความพลิกผันในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการดิ้นรนหนีตกชั้น
ผลงานช่วงหลังของควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส วางหมากแท็กติกมาในระบบ 4-4-2 ที่เน้นความรัดกุม ออกแบบมาเพื่อสร้างความอึดอัดให้ซิตี้และรักษาสถานการณ์เพื่อผลเสมอ มาร์ก ฮิวจ์ส วางแนวแดนกลางบีบชิดกันแน่น โดยมีชอน เดอร์รี และบาร์ตัน คอยสกรีนช่วยแผงหลังสี่คน ขณะที่ ซิสเซ และบ็อบบี ซาโมรา ยืนสูงพร้อมสปีดเข้าหาพื้นที่ว่างด้านหลังฟูลแบ็กของซิตี้ แผนนี้ได้ผลในช่วงต้นครึ่งหลัง เมื่อซิสเซลงโทษความผิดพลาดของเลสค็อตต์ด้วยการยิงตามตีเสมอ ผลการแข่งขัน การโดนไล่ออกของบาร์ตันบีบให้คิวพีอาร์ต้องถอยลงไปตั้งรับลึกยิ่งขึ้น โดยมีผู้เล่นเก้าคนอยู่หลังบอลเป็นเวลานาน ทว่าแม็กกีก็ยังทำประตูได้จากจังหวะสวนกลับที่หาได้ยาก ด้วยการโหม่งลูกเปิดของอาร์มองด์ ตราโอเร เข้าไปเป็น 2-1 แนวรับลึกยันไว้ได้จนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนที่การครอสบอลอย่างต่อเนื่องของซิตี้จะเจาะตาข่ายได้สำเร็จในที่สุด
ขุมกำลังของควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ในฤดูกาล 2011/12 ประกอบด้วยผู้เล่นจากชุดแชมป์แชมเปียนชิปผสมผสานกับกลุ่มนักเตะใหม่มากประสบการณ์ ฮิวจ์สดึงผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพในเดือนมกราคมอย่าง ซิสเซ และซาโมรา ขณะที่บาร์ตันรับหน้าที่เป็นกัปตันทีมหลังย้ายมาจากนิวคาสเซิลในช่วงซัมเมอร์
รายชื่อผู้เล่นในทีมควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ชุดฤดูกาล 2011/12 มีดังต่อไปนี้
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส พบกันครั้งล่าสุดก่อนวันสุดท้ายของการแข่งขันเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2011 ที่ ลอฟตัส โรด ในการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะไปได้ 3-2 โดย เชโก ทำประตูเปิดหัวก่อนหมดครึ่งแรก ช่วยให้ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0 ในช่วงพักครึ่ง เจย์ บอธรอยด์ และ ไฮดาร์ เฮลกูสัน ทำประตูตีเสมอให้ คิวพีอาร์ ในครึ่งหลัง ทำให้เจ้าบ้านรักษาความสูสีไว้ได้จนถึงช่วงท้ายเกม ซิลวา ยิงให้ ซิตี้ กลับมานำอีกครั้ง และ ยาย่า ตูเร ซัดประตูชัยในนาทีที่ 74 ผลการแข่งขันครั้งนี้ช่วยให้ ซิตี้ ยังคงไร้พ่ายและครองจ่าฝูงต่อไปในช่วงฟอร์มอันยอดเยี่ยมต้นฤดูกาล นีล วอร์น็อค ทำหน้าที่คุมทีม คิวพีอาร์ ในเกมนั้น ก่อนที่ ฮิวส์ จะเข้ามารับตำแหน่งแทนในเดือนมกราคม 2012 ผลต่างประตูที่เฉียดฉิวนี้บ่งบอกถึงความทรหดของ คิวพีอาร์ ที่พวกเขาแสดงให้เห็นอีกครั้งในอีกหกเดือนต่อมา
ความแตกต่างในเกมรุกที่สำคัญระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส อยู่ที่การครองบอล ความลึกของขุมกำลัง และที่มาของประตู แมนฯ ซิตี้ครองบอลเหนือกว่าและเข้าทำด้วยการต่อบอลสั้นประสานงานกันระหว่างซิลบา, นาสรี, เซร์ฆิโอ อเกวโร และ การ์ลอส เตเบซ ม้านั่งสำรองของซิตี้มีทั้งเชโกและบาโลเตลลี สองกองหน้าที่ยิงรวมกันถึง 27 ประตูในลีกฤดูกาลนั้น ด้านคิวพีอาร์พึ่งพาจังหวะสวนกลับและบอลยาวไปหาซิสเซและซาโมรา โดยมีแม็กกีคอยหนุนจากริมเส้น ซิตี้ยิงได้ถึง 90 ประตูในลีกก่อนเกมนัดสุดท้าย ซึ่งมากกว่า 41 ประตูที่คิวพีอาร์ทำได้เกินกว่าเท่าตัว ลูกตั้งเตะเปิดทางสู่การได้ประตูให้ทั้งสองทีม โดยเชโกและแม็กกีต่างทำประตูจากลูกโหม่งได้ที่เอติฮัด ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือการกดดันอย่างต่อเนื่องของฝั่งหนึ่ง ปะทะกับการบุกสวนกลับเร็วแบบไดเรกต์ที่นานๆ ครั้งจะเกิดขึ้นของอีกฝั่ง
การดวลแท็กติกที่ส่งผลต่อรูปเกมระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส มีศูนย์กลางอยู่ที่แดนกลาง กรอบเขตโทษ และพื้นที่ริมเส้น การดวลกันระหว่างซิลบากับเดอร์รีเป็นตัวตัดสินพื้นที่ระหว่างไลน์ ซึ่งซิตี้พยายามหาช่องเจาะบล็อกแนวรับของคิวพีอาร์ ขณะที่ เซร์ฆิโอ อเกวโร ปะทะกับเฟอร์ดินานด์และฮิลล์ก็กำหนดจังหวะในกรอบเขตโทษ โดยกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์คอยหาจังหวะซ้ำและวิ่งรับบอลทะลุช่อง ซาบาเลตากับกลิชีดวลกับไรท์-ฟิลลิปส์และแม็กกีเพื่อชิงความได้เปรียบในพื้นที่ริมเส้น ซึ่งซิตี้เติมผู้เล่นขึ้นมาเล่นเกมรุกจำนวนมาก การปะทะกันระหว่างบาร์ตันกับ การ์ลอส เตเบซ กลายเป็นชนวนเดือดของการแข่งขัน และจบลงด้วยการที่บาร์ตันใช้ศอกจนโดนใบแดง ส่วนการดวลลูกกลางอากาศระหว่างเชโกกับคู่เซ็นเตอร์แบ็กของคิวพีอาร์ ก็นำมาซึ่งประตูตีเสมอในนาทีที่ 92
โจ ฮาร์ท และแพดดี เคนนี ลงทำหน้าที่ผู้รักษาประตูตัวจริงให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ฮาร์ทลงเล่นการแข่งขันนัดนี้ในฐานะผู้รักษาประตูที่ทำคลีนชีตได้มากที่สุดของ พรีเมียร์ลีก โดยเก็บไป 17 คลีนชีตตลอดทั้งฤดูกาล ส่วนเคนนียึดตำแหน่งมือหนึ่งของคิวพีอาร์มาตั้งแต่แคมเปญเลื่อนชั้นของสโมสรจนกระทั่งกลับคืนสู่ลีกสูงสุด เคนนีต้องเผชิญกับโอกาสยิงทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง และเซฟได้หลายครั้งเพื่อช่วยให้คิวพีอาร์ยังคงนำอยู่จนถึงช่วงท้ายของการแข่งขัน ประตูขึ้นนำของซาบาเลตาลอดใต้แขนของเคนนีเข้าไป ซึ่งเป็นความผิดพลาดชัดเจนเพียงครั้งเดียวในเกมที่โดยรวมแล้วเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ฮาร์ทเสียไปสองประตูจากโอกาสอันน้อยนิดของคิวพีอาร์ โดยทั้งสองลูกเกิดขึ้นหลังจากความผิดพลาดของแนวรับตรงหน้าเขา ความแตกต่างของตำแหน่งผู้รักษาประตูขึ้นอยู่กับปริมาณงาน เนื่องจากเคนนีต้องรับมือกับความกดดันมากกว่าฮาร์ทอย่างมหาศาล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลิกสถานการณ์กลับมาชนะได้อย่างเหลือเชื่อในช่วงทดเวลาบาดเจ็บด้วยการยิงสองประตูในเวลาเพียงราวสองนาที พลิกกลับมาจากที่ตามหลัง 2-1 ในการเจอกับคู่แข่งที่เหลือผู้เล่นสิบคน มันชินี ตัดสินใจส่ง เชโก และ บาโลเตลลี ลงสนามเพื่อจัดเกมรุกด้วยกองหน้าถึงสี่คนสำหรับการบุกแหลกในช่วงท้าย ซิลบา เปิดลูกเตะมุมเข้ามาในนาทีที่ 92 และเป็น เชโก ที่เทกตัวขึ้นเหนือกองหลังของ คิวพีอาร์ โหม่งทำประตูตีเสมอ ซิตี้ เดินหน้าโหมบุกต่อทันทีเพราะต้องการอีกหนึ่งประตู เนื่องจาก ยูไนเต็ด กำลังนำอยู่ 1-0 ที่ ซันเดอร์แลนด์ เซร์ฆิโอ อเกวโร ได้บอลจาก บาโลเตลลี ในกรอบเขตโทษ ก่อนจะโยกหลบ ทาเย ไทโว แล้วซัดผ่านตัว เคนนี เข้าไปอย่างเด็ดขาด สองประตูดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 91 วินาทีที่ 15 และนาทีที่ 93 วินาทีที่ 20 การคัมแบ็กของ ซิตี้ พลิกการแข่งขันที่ คิวพีอาร์ เป็นฝ่ายนำอยู่จนถึงนาทีที่ 90 ได้สำเร็จ
ช่วงนาทีสุดท้ายที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ดำเนินไปท่ามกลางอารมณ์ที่พลิกผันจากความสิ้นหวังไปสู่การเฉลิมฉลองของแฟนบอลมากกว่า 48,000 คน แฟนบอลแมนฯ ซิตี้ เฝ้ามองดูเกมด้วยความเงียบสงบตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บห้านาที ขณะที่ข่าวสารการขึ้นนำของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ซันเดอร์แลนด์ แพร่สะพัดเข้ามา คิวพีอาร์ ตั้งรับในแดนลึกอย่างเหนียวแน่นด้วยการเคลียร์ลูกครอสครั้งแล้วครั้งเล่า ในขณะที่แมนฯ ซิตี้ โถมผู้เล่นเข้าสู่เขตโทษ ลูกโหม่งของ เชโก ช่วยปลุกเสียงเชียร์ของแฟนบอลให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แม้ว่าสกอร์ 2-2 จะยังคงส่งถ้วยแชมป์ไปให้แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ตาม ประตูชัยของ อเกวโร จุดชนวนให้เกิดการกรูลงมาในสนามทันทีที่เสียงนกหวีดยาวหมดเวลาดังขึ้น เพียงไม่กี่อึดใจหลังจากผู้ตัดสิน ไมค์ ดีน เป่านกหวีดจบการแข่งขัน เหล่าผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนอยู่บนพื้นสนามที่สเตเดียมออฟไลต์ โดยรับรู้ผลการแข่งขันจากแฟนบอลของพวกเขาบนอัฒจันทร์ แฟนบอลซันเดอร์แลนด์ เต้นท่าเฉลิมฉลองแบบโพซนาน (Poznan) เพื่อเป็นการล้อเลียนความโชคร้ายของแมนฯ ยูไนเต็ด
ประตูของ เซร์ฆิโอ อเกวโร เป็นประตูตัดสินแชมป์ เพราะช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ ได้รับชัยชนะที่จำเป็นสำหรับการจบอันดับเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยผลต่างประตูได้เสีย ผลเสมอ 2-2 จะทำให้ แมนฯ ซิตี้ มีเพียง 87 คะแนน ซึ่งตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่สองคะแนน หลังจากที่พวกเขาสามารถเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ ไปได้ 1-0 ประตูชัยดังกล่าวส่งผลให้ แมนฯ ซิตี้ เก็บเพิ่มเป็น 89 คะแนน เท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในขณะที่ผลต่างประตูได้เสียของ แมนฯ ซิตี้ ที่ +64 สามารถเอาชนะ +56 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปได้ อเกวโร ทำประตูได้ในนาทีที่ 93 กับอีก 20 วินาที ซึ่งแทบไม่เหลือเวลาให้ คิวพีอาร์ ได้แก้ตัว ลูกยิงนี้ ยุติการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดอันยาวนานถึง 44 ปี ซึ่งถือเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของสโมสรนับตั้งแต่ปี 1968 เสียงบรรยายจังหวะยิงประตูนี้ของ มาร์ติน ไทเลอร์ กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่มีการเปิดย้อนดูซ้ำมากที่สุดในวงการฟุตบอลอังกฤษ ลูกยิงปิดบัญชีของ อเกวโร เปลี่ยนฤดูกาลที่ยาวนาน 38 แมตช์ ให้กลายเป็นการแข่งขันที่ถูกตัดสินด้วยการยิงเพียงแค่ลูกเดียว
ผลการแข่งขันล่าสุดเผยให้เห็นถึงการแข่งขันที่ แมนฯ ซิตี้ เหนือกว่าในด้านการครองบอล แต่เกือบจะปราชัยเนื่องจากความผิดพลาดในเกมรับและแนวรับที่เหนียวแน่นของ คิวพีอาร์ ประตูในครึ่งแรกของ ซาบาเลตา ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ ก่อนที่สองประตูในครึ่งหลังจาก ซิสเซ และ แม็คกี จะพลิกสถานการณ์ของการแข่งขัน ใบแดงของ บาร์ตัน ทำให้ คิวพีอาร์ เหลือผู้เล่นสิบคนนานกว่า 35 นาที ทว่าทีมเยือนยังคงรักษาสกอร์นำไว้ได้จนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทั้งสามประตูของ แมนฯ ซิตี้ มาจากฟูลแบ็ก กองหน้าตัวสำรอง และดาวซัลโวของทีม ผลการแข่งขัน 3-2 ส่งผลให้ แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ไปครอง และทำให้ คิวพีอาร์ ยังคงรอดตกชั้นใน พรีเมียร์ลีก ไปพร้อมกัน
ลำดับการทำประตูของการแข่งขัน แสดงอยู่ในตารางด้านล่าง
| แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | ทีม | ควีนส์พาร์ก เรนเจอร์ส |
|---|---|---|
| 3 | ประตู | 2 |
| ปาโบล ซาบาเลตา, เอดิน เชโก, เซร์ฆิโอ อเกวโร | ผู้ทำประตู | ฌิบริล ซิสเซ, เจมี แม็คกี |
| 39', 90+2', 90+4' | นาทีที่ทำประตู | 48', 66' |
| ชนะ | ผลการแข่งขัน | แพ้ |
ผลการแข่งขันนี้ช่วยการันตีการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยจบฤดูกาลด้วยคะแนนเท่ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ 89 คะแนน และมีผลต่างประตูได้เสียเหนือกว่า แมนฯ ซิตี้ จบฤดูกาลด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ +64 ซึ่งดีกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แปดประตู ถ้วยแชมป์นี้ถือเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกของสโมสรนับตั้งแต่ปี 1968 และเป็นแชมป์ครั้งแรกในยุคพรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ กลายเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ด้วยผลต่างประตูได้เสียนับตั้งแต่ อาร์เซนอล เคยทำได้ในปี 1989 ชัยชนะครั้งนี้เป็นการเติมเต็มการคุมทีมฤดูกาลที่สามของ โรแบร์โต มันชินี หลังจากพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพในปี 2011 แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์มาครองได้หลังจากตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงแปดคะแนน ในขณะที่เหลือการแข่งขันอีกเพียงหกนัด การคว้าแชมป์ครั้งนี้ช่วยให้ทีมได้รับสิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2012/13 โดยอัตโนมัติ
ใช่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถเอาชนะควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส ได้ในนัดตัดสินแชมป์ โดยเอาชนะไปได้ 3-2 ที่สนามเอติฮัด สเตเดียม ซิตี้ตามหลังอยู่ 2-1 ในช่วงเข้าสู่เวลาทดเจ็บ แม้จะได้เปรียบตัวผู้เล่นเหนือกว่าคู่แข่งที่เหลือสิบคนนานกว่าครึ่งชั่วโมงก็ตาม เชโกทำประตูตีเสมอได้ในนาทีที่ 92 และ เซร์ฆิโอ อเกวโร ก็ทำประตูชัยได้ในอีกสองนาทีต่อมา ชัยชนะนัดนี้ส่งให้ซิตี้เก็บเพิ่มเป็น 89 คะแนน คว้าแชมป์เหนือยูไนเต็ดด้วยผลต่างประตูได้เสีย ส่วนคิวพีอาร์ยังคงรอดตกชั้นแม้จะพ่ายแพ้ เนื่องจากโบลตันทำได้เพียงเสมอกับสโตก การแข่งขันนัดนี้ทำให้การรอคอยแชมป์ยาวนาน 44 ปีของซิตี้สิ้นสุดลง พร้อมปิดฉากวันสุดท้ายของฤดูกาลที่น่าตื่นเต้นเร้าใจที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก
วิเคราะห์การแข่งขันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส
บทวิเคราะห์การแข่งขันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส เจาะลึกการพบกันในนัดปิดฤดูกาล 2011/12 ของ พรีเมียร์ลีก ที่สนาม เอติฮัด สเตเดียม…