ตลาดเดิมพันการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (EPL): ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง ผลการแข่งขัน และผลการแข่งขัน ครอบคลุมการแข่งขันทั้ง 380 นัดที่ลงเล่นของฤดูกาล 2026 ถึง 2027 (สิงหาคม ถึง พฤษภาคม) ซึ่งแข่งขันกันตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2026 ถึง 30 พฤษภาคม 2027 ตลาดเดิมพันการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (EPL): ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง ผลการแข่งขัน และผลการแข่งขัน จัดระเบียบแต่ละตารางการแข่งขันตามวันที่ เวลาคิกออฟ ทีม ผลการแข่งขัน สถานะ และผลการแข่งขันให้อยู่ในมุมมองที่มีโครงสร้างเดียว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำเป็นจ่าฝูงในตารางคะแนนด้วย 18 คะแนน หลังจากชนะ 6 นัดจาก 6 นัดที่ลงเล่น แมตช์วีก 7 จะเริ่มขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 หลังพักเบรกทีมชาติสามสัปดาห์ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน มีเกมรุกที่ดีที่สุดด้วยผลงาน 18 ประตู

ตลาดเดิมพันการแข่งขันช่วยเพิ่มรายละเอียดด้านราคาและการเคลียร์ผลบิลสำหรับแต่ละตารางการแข่งขัน รวมถึงอัตราต่อรอง 1X2, ประตูรวมสูง/ต่ำ, BTTS, เอเชียนแฮนดิแคป, สองโอกาส, ทายผลสกอร์, ผู้ทำประตูแรก, เตะมุมรวม และใบเหลือง/ใบแดง ข้อมูลการแข่งขันสดและสถานะของตลาดเดิมพันจะแสดงว่าตลาดเดิมพันนั้นเปิดอยู่, ถูกระงับ หรือเคลียร์ผลแล้วหลังสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา การแข่งขันของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2026 ถึง 2027 มีค่าเฉลี่ย 2.92 ประตูต่อเกม จาก 59 ตารางการแข่งขัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้กำหนดเรตสูง/ต่ำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยิงได้ 16 ประตู จาก 6 นัดที่ลงเล่น และ ซันเดอร์แลนด์ เสียไป 12 ประตู เออร์ลิง ฮาแลนด์ นำเป็นดาวซัลโวด้วยจำนวน 6 ประตู ตารางด้านล่างแสดงตัวอย่างตารางการแข่งขันสำหรับทุกหมวดตลาดเดิมพัน เวลาคิกออฟแสดงตามเวลามาตรฐานที่ประกาศไว้คือ 15:00 น. BST และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการถ่ายทอดสด ช่องอัตราต่อรองจะแสดงว่า n/a จนกว่าระบบฟีดราคาแบบสดจะยืนยันตัวเลข
ตลาดเดิมพันการแข่งขัน EPL และตารางการแข่งขันแสดงไว้ในตารางด้านล่าง
| การแข่งขัน | วันที่และเวลาคิกออฟ (เวลาไทย) | ทีมเหย้า | ทีมเยือน | รายการแข่งขัน/แมตช์วีก |
|---|---|---|---|---|
| Manchester United พบ Aston Villa | อาทิตย์ 8 พ.ย. · 23:30 น. | Manchester United | Aston Villa | นัดที่ 10 |
| Liverpool พบ Manchester United | อาทิตย์ 22 พ.ย. · 23:30 น. | Liverpool | Manchester United | นัดที่ 11 |
| Arsenal พบ Manchester City | อาทิตย์ 29 พ.ย. · 23:30 น. | Arsenal | Manchester City | นัดที่ 12 |
การสำรวจตลาดเดิมพันของการแข่งขันพรีเมียร์ลีก บน UFABET มีขั้นตอน 4 รอบการแข่งขัน ตั้งแต่การเลือกตารางการแข่งขันไปจนถึงการตรวจสอบผลการแข่งขัน รอบการแข่งขันแรกจะค้นหาตารางการแข่งขันตามสัปดาห์การแข่งขัน วันที่ หรือทีม ภายในหมวดหมู่ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ รอบการแข่งขันที่สองจะตรวจสอบรายละเอียดของตารางการแข่งขัน ซึ่งรวมถึงเวลาคิกออฟ ทีมเหย้า ทีมเยือน และสถานะของการแข่งขัน รอบการแข่งขันที่สามจะตรวจสอบตลาดเดิมพันที่มีให้บริการ ซึ่งครอบคลุมค่าน้ำ 1X2, สูง/ต่ำ จำนวนประตูรวม, BTTS, เอเชียนแฮนดิแคป, สองโอกาส, ผลการแข่งขันที่ถูกต้อง, ผู้ทำประตูแรก, จำนวนเตะมุมทั้งหมด และใบเหลือง/ใบแดง รอบการแข่งขันที่สี่จะตรวจสอบข้อมูลการแข่งขันที่เป็นผลลัพธ์ ซึ่งครอบคลุมการอัปเดตสด สถานะของตลาดเดิมพัน และผลการแข่งขันสุดท้าย ฤดูกาล 2026 ถึง 2027 (สิงหาคม ถึง พฤษภาคม) มีตารางการแข่งขัน 380 นัด ตลอด 38 สัปดาห์การแข่งขัน ดังนั้นขั้นตอนที่กำหนดไว้นี้จะช่วยให้การค้นหาแต่ละครั้งมีความสม่ำเสมอ สัปดาห์การแข่งขันที่ 7 ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 มีตารางการแข่งขัน 10 นัด รวมถึง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ อิปสวิช ทาวน์ และ เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อกำหนดทางกฎหมายและเกณฑ์อายุด้านการเดิมพันในท้องถิ่นของตนก่อนใช้งานฟีเจอร์การเดิมพันใดๆ บน แทงบอล

หากต้องการตรวจสอบเวลาแข่งขัน ทีมที่ลงแข่ง และสถานะการแข่งขันของ EPL ให้ทำตามขั้นตอนทั้ง 4 ขั้นตอนด้านล่างนี้
หากต้องการตรวจสอบตลาดเดิมพันแบบ 1X2 และสูง/ต่ำ สำหรับการแข่งขัน EPL ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนทั้ง 4 ขั้นตอนด้านล่างนี้
หากต้องการตรวจสอบตลาดเดิมพันทั้งสองทีมทำประตู และเอเชียนแฮนดิแคป ใน EPL ให้ทำตาม 4 ขั้นตอนด้านล่างนี้
หากต้องการตรวจสอบตลาดเดิมพันสองโอกาสและทายผลการแข่งขันที่ถูกต้อง สำหรับการแข่งขัน EPL โปรดทำตามขั้นตอนทั้ง 4 ประการที่ระบุด้านล่างนี้
หากต้องการตรวจสอบตลาดเดิมพันสำหรับ EPL ในหัวข้อผู้ทำประตูแรก ลูกเตะมุม และใบเตือน ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนทั้ง 4 ขั้นตอนที่ระบุด้านล่างนี้
หากต้องการตรวจสอบข้อมูลการแข่งขันสดและผลการแข่งขันสุดท้าย ให้ทำตามขั้นตอนทั้ง 4 ขั้นตอนที่ระบุด้านล่างนี้
ข้อมูลโปรไฟล์ของ 20 ทีมด้านล่างนี้ อธิบายรายละเอียดของแต่ละสโมสรผ่านบทวิเคราะห์ อันดับปัจจุบัน การแข่งขันนัดถัดไป และสถิติสำคัญ สโมสรจำนวนสิบเจ็ดแห่งกลับมาลงเล่นจากฤดูกาล 2025 ถึง 2026 (สิงหาคมถึงพฤษภาคม) ขณะที่โคเวนทรี ซิตี้, อิปสวิช ทาวน์ และฮัลล์ ซิตี้ ก้าวขึ้นมาจากการเลื่อนชั้นในแชมเปียนชิป ส่วน เวสต์แฮมยูไนเต็ด, เบิร์นลีย์ และวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ต้องลงเล่นในอีเอฟแอล แชมเปียนชิป หลังจากการตกชั้น ดังนั้นข้อมูลโปรไฟล์ของทั้งสามสโมสรจึงใช้ข้อมูลของแชมเปียนชิป อันดับในตารางคะแนนสะท้อนผลงาน 6 สัปดาห์การแข่งขัน ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2026 โดยมี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำเป็นจ่าฝูงด้วย 18 คะแนน, อาร์เซนอล รั้งอันดับที่ 2 ด้วย 15 คะแนน และ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน อยู่อันดับที่ 3 ด้วย 13 คะแนน ด้าน ฟูแล่ม ครองอันดับที่ 20 ด้วย 2 คะแนน สัปดาห์การแข่งขันที่ 7 ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 จะนำ 20 สโมสรแห่ง พรีเมียร์ลีก เข้าสู่โปรแกรมการแข่งขันรอบถัดไปจำนวน 10 นัด รายละเอียดการแข่งขันนัดถัดไปในแต่ละโปรไฟล์เชื่อมโยงไปยัง ตารางการแข่งขัน EPL

อาร์เซนอล เป็นแชมป์เก่าของ พรีเมียร์ลีก หลังจากจบฤดูกาล 2025 ถึง 2026 (สิงหาคมถึงพฤษภาคม) ซึ่งทำให้สโมสรคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยที่ 4 และเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปี อาร์เซนอล รั้งอันดับ 2 ด้วยคะแนน 15 คะแนน จากการลงสนาม 6 นัดที่ลงเล่น จากผลงานชนะ 5 นัด แพ้ 1 นัด ประตูที่ทำได้ 10 ประตู และเสีย 5 ประตู การแข่งขันนัดถัดไป อาร์เซนอล จะต้องออกไปเยือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่ ซิตี กราวด์ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 โดยมี มิเกล อาร์เตต้า คุมทีม มาร์ติน เออเดอโกร์ สวมปลอกแขนกัปตันทีม และ เอมิเรตส์ สเตเดียม รองรับแฟนบอลได้ 60,704 ที่นั่ง ดาบิด รายา ครองตำแหน่งผู้นำร่วมของลีกด้วยจำนวน 3 คลีนชีต จนถึงวันที่ 20 กันยายน ขณะที่ บูกาโย ซากา ทำไปแล้ว 3 ประตู ดูข้อมูลตัวเลขเพิ่มเติมได้ที่ สถิติอาร์เซนอล
เชลซี รั้งอันดับ 6 ของตารางคะแนน ด้วยคะแนน 10 คะแนน จากการลงสนาม 6 นัดที่ลงเล่น หลังชนะ 3 เสมอ 1 และแพ้ 2 เชลซี ยิงได้ 15 ประตู และเสีย 13 ประตู ทำให้มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ +2 และเป็นจำนวนประตูรวมของประตูที่ทำได้สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก การแข่งขันนัดถัดไป เชลซี จะต้องออกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ที่ ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 ชาบี อาลอนโซ เข้ามารับตำแหน่งกุนซือเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 โดยมี รีซ เจมส์ เป็นกัปตันทีม และ สแตมฟอร์ด บริดจ์ มีความจุรองรับแฟนบอลได้ 40,044 คน เจา เปโดร คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนของ อีเอ สปอร์ตส์ เป็นคนแรกสำหรับเดือนสิงหาคม 2026 และยิงไป 3 ประตู จนถึงวันที่ 20 กันยายน ดูข้อมูลตัวเลขแบบเต็มได้ที่ สถิติเชลซี
ลิเวอร์พูล รั้งอันดับ 9 ของตารางคะแนน ด้วยคะแนน 9 คะแนน จากการลงสนาม 6 นัดที่ลงเล่น หลังชนะ 2 เสมอ 3 และแพ้ 1 ลิเวอร์พูล ยิงได้ 7 ประตู และเสีย 7 ประตู ส่งผลให้มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ 0 การแข่งขันนัดถัดไป ลิเวอร์พูล จะต้องบุกไปเยือน เบรนท์ฟอร์ด คอมมิวนิตี สเตเดียม เพื่อพบกับ เบรนท์ฟอร์ด ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 อันโดนี อิราโอลา เข้ามาคุมทีมเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 หลังจาก อาร์เน่ สลอต อำลาตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2026 โดยมี เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เป็นกัปตันทีม และ แอนฟิลด์ รองรับแฟนบอลได้ 61,276 คน อเล็กซานเดอร์ อิซัค ยิงไป 4 ประตู จนถึงวันที่ 20 กันยายน ขณะที่ อลีสซง รั้งตำแหน่งผู้นำร่วมด้านคลีนชีตที่จำนวน 3 นัด ดูข้อมูลตัวเลขเพิ่มเติมได้ที่ สถิติลิเวอร์พูล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำเป็นจ่าฝูงของ พรีเมียร์ลีก ด้วยคะแนน 18 คะแนน จากการลงสนาม 6 นัดที่ลงเล่น หลังคว้าชัยชนะ 6 นัด ประตูที่ทำได้ 16 ประตู และเสีย 5 ประตู แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครองสถิติชนะติดต่อกันยาวนานที่สุดในฤดูกาลนี้ที่ 6 นัด พร้อมผลต่างประตูได้เสีย +11 การแข่งขันนัดถัดไปจะเปิดบ้านต้อนรับ อิปสวิช ทาวน์ สู่ เอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 เอนโซ มาเรสกา เข้ามารับตำแหน่งกุนซือเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 หลังจาก เป๊ป กวาร์ดิโอลา ลาออกไป โดยมี รูเบน ดิอาส เป็นกัปตันทีม และสนามเหย้าแห่งนี้จุแฟนบอลได้ 61,038 คน เออร์ลิง ฮาแลนด์ นำเป็นดาวซัลโวด้วยผลงาน 6 ประตู และเกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 5 ต่อ 3 ซันเดอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2026 นับเป็นการแข่งขันที่มีการทำประตูรวมสูงที่สุดของฤดูกาล ดูข้อมูลตัวเลขแบบเต็มได้ที่ สถิติแมนเชสเตอร์ ซิตี้
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 13 ของตารางคะแนน ด้วยคะแนน 6 คะแนน จากการลงสนาม 6 นัดที่ลงเล่น หลังชนะ 1 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้ 2 นัด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิงได้ 9 ประตู และเสีย 9 ประตู ส่งผลให้มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ 0 การแข่งขันนัดถัดไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องออกไปเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่ เอลแลนด์ โรด ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 ไมเคิล คาร์ริก ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีม โดยมี บรูโน่ แฟร์นันเดส เป็นกัปตันทีม และ โอลด์ แทรฟฟอร์ด จุแฟนบอลได้ 74,158 คน ซึ่งถือเป็นความจุที่มากที่สุดในลีก บรูโน่ แฟร์นันเดส ทำแฮตทริกได้ในเกมที่ชนะ อิปสวิช ทาวน์ 5 ต่อ 2 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2026 ดูข้อมูลตัวเลขเพิ่มเติมได้ที่ สถิติแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ รั้งอันดับ 19 ของตารางคะแนน ด้วยคะแนน 3 คะแนน จากการลงสนาม 6 นัดที่ลงเล่น หลังทำได้เพียงเสมอ 3 นัด และแพ้ 3 นัด โดยยังไม่ชนะใครเลยในฤดูกาลนี้ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ทำได้ 3 ประตู ซึ่งเป็นจำนวนประตูรวมที่ต่ำที่สุดในลีก และเสียไป 9 ประตู สถิติไม่ชนะใคร 6 นัดติดต่อกันนี้เทียบเท่ากับสถิติไร้ชัยชนะยาวนานที่สุดของฤดูกาล การแข่งขันนัดถัดไปจะเปิดบ้านพบกับ โคเวนทรี ซิตี้ ที่สนาม ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 โรแบร์โต เด แซร์บี ทำหน้าที่คุมทีม โดยมี มิกกี ฟาน เดอ เฟน เป็นกัปตันทีม และสนามเหย้าแห่งนี้จุผู้ชมได้ 62,850 คน อันโตนิน คินสกี เก็บได้ 2 คลีนชีต จนถึงวันที่ 20 กันยายน ดูข้อมูลตัวเลขแบบเต็มได้ที่ สถิติท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 11 ของตารางคะแนน ด้วยคะแนน 8 คะแนน จากการลงสนาม 6 นัดที่ลงเล่น หลังชนะ 2 เสมอ 2 และแพ้ 2 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ยิงได้ 10 ประตู และเสีย 13 ประตู ทำให้มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ -3 การแข่งขันนัดถัดไปจะเปิด เซนต์ เจมส์ พาร์ค ต้อนรับ แอสตัน วิลล่า ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 มัทธีอัส ไอยส์เลอ เข้ามารับตำแหน่งกุนซือเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 หลังจาก เอ็ดดี ฮาว ก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 โดยมี แดน เบิร์น เป็นกัปตันทีม และสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค จุแฟนบอลได้ 52,729 คน แอนโทนี อีแลงกา คว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคม 2026 ดูข้อมูลตัวเลขเพิ่มเติมได้ที่ สถิตินิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
แอสตัน วิลล่า รั้งอันดับ 16 ของตารางคะแนน ด้วยคะแนน 5 คะแนน จากการลงสนาม 6 นัดที่ลงเล่น หลังชนะ 1 เสมอ 2 และแพ้ 3 แอสตัน วิลล่า ยิงได้ 6 ประตู และเสีย 11 ประตู ทำให้มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ -5 การแข่งขันนัดถัดไป แอสตัน วิลล่า จะต้องบุกไปเยือน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 อูไน เอเมรี ทำหน้าที่คุมทีม โดยมี จอห์น แม็คกินน์ เป็นกัปตันทีม และ วิลลา พาร์ก จุแฟนบอลได้ 36,887 คน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ถล่ม แอสตัน วิลล่า 4 ต่อ 0 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นชัยชนะในเกมเหย้าที่ขาดลอยที่สุดของฤดูกาลนี้ ไซออน ซูซูกิ เก็บได้ 1 คลีนชีต จนถึงวันที่ 20 กันยายน ดูข้อมูลตัวเลขแบบเต็มได้ที่ สถิติแอสตัน วิลล่า
ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน รั้งอันดับ 3 ของตารางคะแนน ด้วยคะแนน 13 คะแนน จากการลงสนาม 6 นัดที่ลงเล่น หลังชนะ 4 เสมอ 1 และแพ้ 1 ไบรท์ตัน ยิงได้ 18 ประตู และเสีย 5 ประตู ส่งผลให้มีผลต่างประตูได้เสียที่ดีที่สุดในลีกที่ +13 ชัยชนะ 5-0 เหนือ โคเวนทรี ซิตี้ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 ถือเป็นชัยชนะในเกมเยือนที่ขาดลอยที่สุดของฤดูกาลนี้ ฟาเบียน เฮือร์เซเลอร์ ทำหน้าที่คุมทีม โดยมี ลูอิส ดังค์ เป็นกัปตันทีม และสนาม ฟัลเมอร์ สเตเดียม จุแฟนบอลได้ 32,176 คน บาร์ต แฟร์บรูคเค่น ครองตำแหน่งผู้นำร่วมด้านคลีนชีตที่ 3 นัด จนถึงวันที่ 20 กันยายน ขณะที่ ปาสคาล โกรสส์ ยิงไป 3 ประตู การแข่งขันนัดถัดไป ไบรท์ตัน จะพบกับ คริสตัล พาเลซ ในสัปดาห์การแข่งขันที่ 7 ดูข้อมูลตัวเลขเพิ่มเติมได้ที่ สถิติไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน
เอฟเวอร์ตัน รั้งอันดับที่ 5 ของตารางคะแนน โดยมี 10 คะแนน จาก 6 นัดที่ลงเล่น หลังเก็บชัยชนะ 2 นัด และเสมอ 4 นัด โดยยังไม่แพ้ใคร เอฟเวอร์ตัน ยิงได้ 8 ประตู และเสีย 5 ประตู ทำให้มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ +3 นัดถัดไปมีคิวเปิดสนามฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 เดวิด มอยส์ รับหน้าที่คุมทัพ โดยมี เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ สวมปลอกแขนกัปตันทีม และสนามเหย้ามีความจุรองรับแฟนบอลได้ 52,769 คน จอร์แดน พิคฟอร์ด เก็บได้ 3 คลีนชีต จนถึงวันที่ 20 กันยายน พร้อมคว้าถ้วยรางวัลเซฟยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งนับเป็นรางวัลดังกล่าวครั้งที่ห้าในอาชีพการค้าแข้งของผู้รักษาประตูรายนี้ ติดตามข้อมูลตัวเลขแบบเต็มได้ใน สถิติเอฟเวอร์ตัน
เวสต์แฮมยูไนเต็ด ลงแข่งขันในศึกอีเอฟแอล แชมเปียนชิพ สำหรับฤดูกาล 2026 ถึง 2027 (สิงหาคมถึงพฤษภาคม) หลังตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นการปิดฉากช่วงเวลา 14 ปีบนลีกสูงสุด เวสต์แฮมยูไนเต็ด รั้งอันดับ 3 ด้วยการมี 16 คะแนน จาก 9 นัดที่ลงเล่น จากผลงานชนะ 4 นัด, เสมอ 4 นัด, แพ้ 1 นัด, ประตูที่ทำได้ 23 ประตู และเสีย 12 ประตู โดยชัยชนะเหนือเร็กซ์แฮม 6-0 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ถือเป็นสถิติการชนะในบ้านที่ขาดลอยที่สุดของดิวิชัน ลอนดอน สเตเดียม มีความจุรองรับแฟนบอลได้ 62,500 คน และยอดผู้ชม 62,264 คนในเกมพบชาร์ลตัน แอธเลติก เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2026 ก็เป็นยอดผู้เข้าชมเกมแชมเปียนชิพที่สูงที่สุดในฤดูกาลนี้ นัดถัดไปของศึกแชมเปียนชิพจะแข่งขันในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 ดูข้อมูลตัวเลขเพิ่มเติมได้ใน สถิติเวสต์แฮมยูไนเต็ด
คริสตัล พาเลซ รั้งอันดับที่ 12 ของตารางคะแนน โดยมี 7 คะแนน จาก 6 นัดที่ลงเล่น หลังเก็บชัยชนะ 2 นัด, เสมอ 1 นัด และแพ้ 3 นัด คริสตัล พาเลซ ยิงได้ 9 ประตู และเสีย 12 ประตู ส่งผลให้มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ -3 นัดถัดไป คริสตัล พาเลซ จะพบกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ในสัปดาห์การแข่งขันที่ 7 ปิแอร์ ซาจ เข้ามารับตำแหน่งกุนซือเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 โดยมี ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นกัปตันทีม และ เซลเฮิร์สต์ พาร์ก รองรับแฟนบอลได้ 25,194 คน คริสตัล พาเลซ คว้าแชมป์ ยูฟ่าคอนเฟอเรนซ์ลีก ในฤดูกาล 2025 ถึง 2026 (สิงหาคมถึงพฤษภาคม) และได้สิทธิ์ลงเล่นใน ยูโรปาลีก ทั้งนี้ วอลแตร์ เบนิเตซ ทำได้ 1 คลีนชีต จนถึงวันที่ 20 กันยายน ติดตามข้อมูลตัวเลขแบบเต็มได้ใน สถิติคริสตัล พาเลซ
ฟูแล่ม รั้งอันดับที่ 20 ของตารางคะแนน โดยมี 2 คะแนน จาก 6 นัดที่ลงเล่น หลังทำได้เพียงเสมอ 2 นัด และแพ้ 4 นัด โดยยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในฤดูกาลนี้ ฟูแล่ม ยิงได้ 6 ประตู และเสีย 10 ประตู ส่งผลให้มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ -4 พร้อมครองสถิติจำนวนคะแนนรวมน้อยที่สุดในดิวิชัน นัดถัดไปมีโปรแกรมเปิด เครเวน ค็อทเทจ พบกับฮัลล์ ซิตี้ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 อัลบาโร อาร์เบโลอา เข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2026 หลังจากมาร์โก ซิลวา อำลาทีมไปเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ทอม แคร์นีย์ ทำหน้าที่กัปตันทีม และ เครเวน ค็อทเทจ จุแฟนบอลได้ 28,107 คน แบร์นด์ เลโน่ เก็บได้ 1 คลีนชีต จนถึงวันที่ 20 กันยายน ดูข้อมูลตัวเลขเพิ่มเติมได้ใน สถิติฟูแล่ม
เบรนท์ฟอร์ด รั้งอันดับที่ 4 ของตารางคะแนน โดยมี 10 คะแนน จาก 6 นัดที่ลงเล่น จากผลงานชนะ 2 นัด และเสมอ 4 นัด โดยไม่แพ้ใคร เบรนท์ฟอร์ด ยิงได้ 12 ประตู และเสีย 6 ประตู ทำให้มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ +6 เบรนท์ฟอร์ด ครองสถิติไร้พ่ายติดต่อกันยาวนานที่สุดของฤดูกาลร่วมกันที่ 6 นัด นัดถัดไปมีคิวเปิด เบรนท์ฟอร์ด คอมมิวนิตี สเตเดียม พบกับ ลิเวอร์พูล ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 คีธ แอนดรูวส์ รับหน้าที่คุมทีม โดยมี นาธาน คอลลินส์ เป็นกัปตันทีม และสนามเหย้าแห่งนี้จุแฟนบอลได้ 17,250 คน เควิน ชาเดอ ยิงไป 3 ประตู จนถึงวันที่ 20 กันยายน ขณะที่ คีวีน เคลเลเฮอร์ เก็บไป 2 คลีนชีต ติดตามข้อมูลตัวเลขแบบเต็มได้ใน สถิติเบรนท์ฟอร์ด
น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ รั้งอันดับที่ 15 ของตารางคะแนน โดยมี 5 คะแนน จาก 6 นัดที่ลงเล่น หลังเก็บชัยชนะ 1 นัด, เสมอ 2 นัด และแพ้ 3 นัด น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ยิงได้ 5 ประตู และเสีย 8 ประตู ส่งผลให้มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ -3 ซึ่งจำนวน 5 ประตูที่ทำได้นั้นเทียบเท่ากับโคเวนทรี ซิตี้ ในฐานะทีมที่ยิงประตูได้น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของดิวิชัน นัดถัดไปมีคิวเปิดซิตี้ กราวด์ ดวลกับ อาร์เซนอล ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เข้ามาคุมทัพเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 หลัง วิตอร์ เปเรย์รา อำลาทีมไปเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ไรอัน เยตส์ สวมปลอกแขนกัปตันทีม และซิตี้ กราวด์ มีความจุ 31,212 ที่นั่ง มัตซ์ เซลส์ ทำได้ 1 คลีนชีต จนถึงวันที่ 20 กันยายน ดูข้อมูลตัวเลขเพิ่มเติมได้ใน สถิติน็อตติงแฮม ฟอเรสต์
บอร์นมัธ รั้งอันดับที่ 18 ของตารางคะแนน โดยมี 3 คะแนน จาก 6 นัดที่ลงเล่น หลังทำได้เพียงเสมอ 3 นัด และแพ้ 3 นัด โดยยังไม่ชนะใครในฤดูกาลนี้ บอร์นมัธ ยิงได้ 7 ประตู และเสีย 13 ประตู ทำให้มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ -6 นัดถัดไปจะเปิดไวทาลิตี สเตเดียม รับการมาเยือนของ ซันเดอร์แลนด์ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 มาร์โก โรเซอ เข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 หลังจาก อันโดนี อิราโอลา อำลาทีม โดยมี อดัม สมิธ เป็นกัปตันทีม และสนามแห่งนี้จุผู้ชมได้ 12,357 คน ซึ่งถือเป็นความจุที่น้อยที่สุดในดิวิชัน มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ ยิงได้ 3 ประตู เมื่อวันที่ 20 กันยายน ติดตามข้อมูลตัวเลขแบบเต็มได้ใน สถิติบอร์นมัธ
วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ลงเล่นในศึกอีเอฟแอล แชมเปียนชิพ ประจำฤดูกาล 2026 ถึง 2027 (สิงหาคมถึงพฤษภาคม) หลังตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นการสิ้นสุดช่วงเวลา 8 ปีบนลีกสูงสุด วูล์ฟส์ รั้งอันดับที่ 4 ด้วยการมี 14 คะแนน จาก 7 นัดที่ลงเล่น ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2026 จากผลงานชนะ 4 นัด, เสมอ 2 นัด, แพ้ 1 นัด, ยิงได้ 15 ประตู และเสีย 10 ประตู เซซาร์ เปช็อตโต เข้ามาคุมทัพเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 หลังจาก ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ ถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ทีมประเดิมเปิดฤดูกาลในบ้านพบกับแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ศึกแชมเปียนชิพจะกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้งในโปรแกรมการแข่งขันรอบถัดไปหลังพักเบรกทีมชาติ ดูข้อมูลตัวเลขเพิ่มเติมได้ใน สถิติวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส
ซันเดอร์แลนด์ รั้งอันดับที่ 17 ของตารางคะแนน โดยมี 4 คะแนน จาก 6 นัดที่ลงเล่น หลังเก็บชัยชนะ 1 นัด, เสมอ 1 นัด และแพ้ 4 นัด ซันเดอร์แลนด์ ยิงได้ 6 ประตู และเสีย 12 ประตู ส่งผลให้มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ -6 นัดถัดไป ซันเดอร์แลนด์ มีคิวบุกไปเยือน บอร์นมัธ ที่สนามไวทาลิตี สเตเดียม ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 เรฌิส เลอ บรีส์ รับหน้าที่ผู้จัดการทีม โดยมี กรานิต ชาก้า เป็นกัปตันทีม และสเตเดียม ออฟ ไลต์ มีความจุรองรับแฟนบอลได้ 48,095 คน ไบรอัน บร็อบบีย์ ทำแฮตทริกได้ในเกมที่พ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5-3 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2026 และ โรบิน รูฟส์ เก็บได้ 1 คลีนชีต ติดตามข้อมูลตัวเลขแบบเต็มได้ใน สถิติซันเดอร์แลนด์
ลีดส์ ยูไนเต็ด รั้งอันดับที่ 7 ของตารางคะแนน โดยมี 9 คะแนน จาก 6 นัดที่ลงเล่น หลังจากทำผลงาน ชนะ 2 เสมอ 3 และ แพ้ 1 ลีดส์ ยูไนเต็ด ทำ ประตู ได้ 8 ประตู และเสีย 5 ประตู ส่งผลให้มี ผลต่างประตูได้เสีย อยู่ที่ +3 ลีดส์ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งใน 5 ทีมที่ยังไม่แพ้ใครหลังผ่านไป 5 นัดที่ลงเล่น การแข่งขัน นัดถัดไปจะเปิดบ้าน เอลแลนด์ โรด ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 ดาเนียล ฟาร์เค รับหน้าที่คุมทัพ โดยมี อีธาน อัมพาดู เป็นกัปตันทีม และสนามเอลแลนด์ โรด มีความจุรองรับแฟนบอลได้ 37,633 คน โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน ยิงไป 3 ประตู ภายในวันที่ 20 กันยายน และ เจมส์ แทรฟฟอร์ด เก็บได้ 2 คลีนชีต สามารถดูตัวเลขเพิ่มเติมได้ที่ สถิติลีดส์ ยูไนเต็ด
เบิร์นลีย์ ลงเล่นในศึก อีเอฟแอล แชมเปียนชิพ ใน ฤดูกาล 2026 ถึง 2027 (สิงหาคม ถึง พฤษภาคม) หลังตกชั้นมาจาก พรีเมียร์ลีก หลังจากโลดแล่นในลีกสูงสุดได้ 1 ฤดูกาล เบิร์นลีย์ รั้งอันดับที่ 22 มี 7 คะแนน จาก 9 นัดที่ลงเล่น จากผลงาน ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 4 ประตูที่ทำได้ 13 ประตู และเสีย 17 ประตู ชัยชนะ 4-0 เหนือ วัตฟอร์ด เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2026 ถือเป็นชัยชนะ เกมเยือน ที่ขาดลอยที่สุดในลีก นิกกี ฮาเยน เข้ามารับตำแหน่งกุนซือเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2026 และสนาม เทิร์ฟ มัวร์ มีความจุ 21,990 ที่นั่ง ศึกแชมเปียนชิพจะกลับมาฟาดแข้งกันต่อหลังพักเบรกโปรแกรมทีมชาติในโปรแกรมนัดถัดไป ดูตัวเลขฉบับเต็มได้ที่ สถิติเบิร์นลีย์
สถิติในอดีตของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ จัดให้ฤดูกาล 2026 ถึง 2027 (สิงหาคมถึงพฤษภาคม) อยู่ในกลุ่มข้อมูลลีกสูงสุดนับตั้งแต่ลีกก่อตั้งขึ้นใน 1992 สถิติครอบคลุมถึงความสำเร็จของสโมสร สถิติส่วนบุคคล และจำนวนประตูรวมของฤดูกาลที่แสดงให้เห็นว่าฟอร์มปัจจุบันมีความหมายอย่างไรต่อกลุ่มลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1992 โดยมี 22 สโมสร และถูกปรับลดเหลือ 20 สโมสรใน 1995 ตารางสถิติระบุชื่อผู้ครองสถิติ ค่าที่วัดได้ และช่วงเวลา เพื่อให้ผู้อ่านสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ สถิติสำคัญช่วยขยายบริบทให้ครอบคลุมมากกว่าโปรแกรมการแข่งขัน ผลการแข่งขัน ตารางคะแนน และสถิติการแข่งขันในปัจจุบัน สามส่วนด้านล่างนี้ครอบคลุมถึงทีมแชมป์ ผู้ครองสถิติส่วนบุคคล และสถิติสำคัญตามลำดับ
สถิติประวัติศาสตร์ที่สำคัญของ EPL แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
| สถิติ | ผู้ครองสถิติ | ตัวเลข | ช่วงเวลา |
|---|---|---|---|
| คะแนนน้อยที่สุดในหนึ่งฤดูกาล | ดาร์บี เคาน์ตี | 11 คะแนน | 2007 - 2008 |
| ประตูในหนึ่งฤดูกาล | พรีเมียร์ลีก จำนวนประตูรวม | 1,246 ประตู | 2023 - 2024 |
| ผลต่างการชนะขาดลอยที่สุด | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เลสเตอร์ ซิตี้ | 9 ประตู | 1995, 2019, และ 2021 |
| ประตูที่เร็วที่สุด | เชน ลอง | 7.69 วินาที | 2019 |
| ชนะในหนึ่งฤดูกาล | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล | 32 ชนะ | 2017 ถึง 2018, 2018 ถึง 2019, และ 2019 ถึง 2020 |
มี 7 สโมสรที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก จากทั้งหมด 34 ฤดูกาลที่แข่งขันเสร็จสิ้น รายชื่อนี้จัดอันดับสโมสรตามจำนวนแชมป์และระบุฤดูกาลที่ได้แชมป์ โดยแต่ละฤดูกาลจะแข่งขันตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงพฤษภาคม
สโมสรใน EPL ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้มากที่สุดมีรายชื่อดังต่อไปนี้
สถิติส่วนบุคคลในพรีเมียร์ลีกเป็นตัววัดผลงานตลอดอาชีพและจุดสูงสุดในฤดูกาลเดียว รายชื่อด้านล่างระบุผู้ครองสถิติที่โดดเด่นทั้งในด้านการทำประตู ความยืนระยะ และตำแหน่งผู้รักษาประตู พร้อมด้วยสถิติตลอดอาชีพ (นัดที่ลงสนาม, ประตู, แอสซิสต์) และผลงานในการแข่งขันนัดเดียว
ผู้เล่น EPL ที่ครองสถิติสำคัญในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก มีรายชื่อดังต่อไปนี้
เหตุการณ์สำคัญของพรีเมียร์ลีกเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความสำเร็จครั้งสำคัญ ฤดูกาลที่สร้างสถิติใหม่ และการเปลี่ยนแปลงของดุลอำนาจในวงการฟุตบอล รายชื่อด้านล่างนี้รวบรวมเหตุการณ์ของลีกตั้งแต่แชมป์แรกที่ไม่ใช่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปจนถึงทีมแชมป์ฤดูกาล 2025 ถึง 2026
เหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ EPL ถูกรวบรวมไว้ที่ด้านล่างนี้
โครงสร้างรายการแข่งขันของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นำ 20 สโมสร มาดวลแข้งกันในระบบพบกันหมดแบบไป-กลับ รวมเป็น 380 นัดที่ลงเล่น ตลอด 38 สัปดาห์การแข่งขัน โดยฤดูกาล 2026 ถึง 2027 (สิงหาคม ถึง พฤษภาคม) เริ่มเปิดฉากเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 และจะปิดฉากลงในวันที่ 30 พฤษภาคม 2027 ซึ่งประกอบด้วยโปรแกรมสุดสัปดาห์ 33 นัด และโปรแกรมกลางสัปดาห์ 5 นัด โดยในสัปดาห์สุดท้ายจะลงแข่งขันพร้อมกันทั้ง 10 คู่ สำหรับการชนะจะได้ 3 คะแนน, เสมอได้ 1 คะแนน และแพ้ได้ 0 คะแนน โดย 4 สโมสร อันดับแรกจะได้สิทธิ์ไปเล่นใน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ขณะที่ 3 สโมสร ท้ายตารางจะตกชั้นสู่แชมเปียนชิป และมี 3 สโมสร ที่ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาในแต่ละปี ทั้งนี้ มีเจ็ดสโมสรที่เคยคว้าแชมป์ตลอด 34 ฤดูกาล ที่ผ่านมา และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นผู้นำในตารางคะแนนฤดูกาล 2026 ถึง 2027 สามารถตรวจสอบอันดับแบบเรียลไทม์ได้ที่ ตารางคะแนน EPL
โครงสร้างรายการแข่งขัน EPL แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
| ฟีเจอร์ | รายละเอียด |
|---|---|
| สโมสร | 20 |
| นัดที่ลงเล่นต่อสโมสร | 38 (19 เกมเหย้า และ 19 เกมเยือน) |
| นัดที่ลงเล่นรวม | 380 |
| คะแนน | ชนะ 3, เสมอ 1, แพ้ 0 |
| โควตายูฟ่าแชมเปียนส์ลีก | 4 อันดับแรก |
| โควตายูโรปาลีก | อันดับที่ 5 และแชมป์ เอฟเอคัพ |
| การตกชั้น | 3 อันดับท้ายตาราง |
| การเลื่อนชั้น | 2 อันดับแรกและผู้ชนะรอบเพลย์ออฟจากแชมเปียนชิป |
รูปแบบการแข่งขันพรีเมียร์ลีกในแต่ละฤดูกาลเป็นแบบพบกันหมดสองรอบ โดยแต่ละสโมสรจากทั้งหมด 20 สโมสรจะลงแข่งกับสโมสรอื่นทุกทีมสองครั้ง เป็นเกมเหย้าหนึ่งนัดและเกมเยือนหนึ่งนัด การจัดอันดับของแต่ละสโมสรจะเรียงตามคะแนน ตามด้วยผลต่างประตูได้เสีย และประตูที่ทำได้ตามลำดับ หากคะแนนเท่ากันในการตัดสินแชมป์หรือโควตาฟุตบอลยุโรป จะใช้คะแนนเฮดทูเฮดและประตูทีมเยือนเป็นตัวตัดสิน
ข้อมูลตัวอย่าง
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ในฤดูกาล 2021-2022 ด้วยคะแนน 93 แต้ม เหนือกว่า ลิเวอร์พูล ที่มี 92 แต้มอยู่ 1 แต้ม ทางด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำเป็นจ่าฝูงในตารางคะแนนฤดูกาล 2026 ถึง 2027 ด้วยคะแนน 18 แต้มหลังผ่านไป 6 นัดที่ลงเล่น โดยมี อาร์เซนอล ตามมาด้วยคะแนน 15 แต้ม
สัปดาห์การแข่งขันของพรีเมียร์ลีกคือโปรแกรมแข่งหนึ่งรอบที่มี 10 คู่ โดยแต่ละสโมสรจะลงเตะหนึ่งนัด โปรแกรมการแข่งขันแต่ละรอบจะมีขึ้นตลอดช่วงสุดสัปดาห์ พร้อมด้วยโปรแกรมกลางสัปดาห์ในบางรอบที่กำหนดไว้
ข้อมูลตัวอย่าง
สัปดาห์การแข่งขันที่ 7 ตรงกับวันที่ 17 ตุลาคม 2026 และมีโปรแกรมแข่งทั้งหมด 10 คู่ ส่วนสัปดาห์การแข่งขันที่ 13 ตรงกับวันพุธที่ 2 ธันวาคม 2026 ซึ่งเป็นโปรแกรมแข่งรอบกลางสัปดาห์ ปฏิทินการแข่งขันฤดูกาล 2026 ถึง 2027 มีช่วงพักเบรกทีมชาติ 4 ครั้ง ลดลงจากเดิม 5 ครั้ง พร้อมการพักเบรกสามสัปดาห์ระหว่างปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม
โควตาฟุตบอลยุโรปมอบสิทธิ์ให้ตามตำแหน่งในลีกเพื่อเข้าสู่รายการแข่งขันของยูฟ่า โดยสโมสร 4 อันดับแรกจะได้ผ่านเข้าสู่รอบ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก และสโมสรในอันดับที่ 5 จะได้สิทธิ์เล่นใน ยูโรปาลีก นอกจากนี้ แชมป์ เอฟเอคัพ จะได้สิทธิ์เข้าสู่ ยูโรปาลีก เช่นกัน และสโมสรในอันดับที่ 6 จะได้สิทธิ์นี้ไปแทนหากทีมแชมป์ฟุตบอลถ้วยจบใน 5 อันดับแรก
ข้อมูลตัวอย่าง
มีสโมสรจากอังกฤษห้าทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2026 ถึง 2027 (อาร์เซนอล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) รวมถึง แอสตัน วิลล่า และ ลิเวอร์พูล ขณะที่ บอร์นมัธ และ ซันเดอร์แลนด์ ได้สิทธิ์เข้าแข่งขันใน ยูโรปาลีก และ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ได้สิทธิ์เข้าแข่งขันใน ยูฟ่าคอนเฟอเรนซ์ลีก
การตกชั้นของพรีเมียร์ลีกจะส่งสโมสรใน 3 อันดับสุดท้ายลงสู่แชมเปียนชิปหลังจบ 38 นัดที่ลงเล่น การตกชั้นตัดสินจากตำแหน่งในลีกเมื่อจบฤดูกาล และไม่มีการแข่งขันเพลย์ออฟเพื่อตัดสินพื้นที่ตกชั้น
ข้อมูลตัวอย่าง
เวสต์แฮมยูไนเต็ด, เบิร์นลีย์ และวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ต้องตกชั้นหลังจากจบฤดูกาล 2025 ถึง 2026 (สิงหาคมถึงพฤษภาคม) สิ้นสุดการโลดแล่นบนลีกสูงสุดที่ยาวนาน 14 ปี, 1 ปี และ 8 ปีตามลำดับ ส่วน ฟูแล่ม ที่มี 2 แต้ม, ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่มี 3 แต้ม และ บอร์นมัธ ที่มี 3 แต้ม อยู่ใน 3 อันดับสุดท้ายหลังผ่านไป 6 สัปดาห์การแข่งขัน
การเลื่อนชั้นจากแชมเปียนชิปจะนำ 3 สโมสรขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก ในแต่ละฤดูกาล โดยทีมที่จบใน 2 อันดับแรกจะได้เลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติ และผู้ชนะการแข่งขันเพลย์ออฟจากกลุ่มสโมสรในอันดับที่ 3 ถึง 6 จะได้โควตาในอันดับที่ 3
ข้อมูลตัวอย่าง
ฮัลล์ ซิตี้ ชนะการแข่งขันเพลย์ออฟรอบชิงชนะเลิศกับมิดเดิลสโบรห์เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2026 ประจำปี 2026 จากประตูในช่วงท้ายเกมของโอลี แม็กเบอร์นี ขณะที่โคเวนทรี ซิตี้ และ อิปสวิช ทาวน์ ร่วมมือกับฮัลล์ ซิตี้ เป็น 3 สโมสรที่เลื่อนชั้น กลับคืนสู่ลีกสูงสุดอีกครั้งหลังจากห่างหายไป 25 ปี และ 1 ปีตามลำดับ
รายชื่อทีมแชมป์แบ่งตามฤดูกาลจะระบุแชมป์ของแต่ละแคมเปญใน พรีเมียร์ลีก พร้อมจำนวนประตูรวมของคะแนน โดยผู้ชนะคือทีมที่จบอันดับที่หนึ่งหลังจากลงเตะครบ 38 นัดที่ลงเล่น
ข้อมูลตัวอย่าง
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ฤดูกาล 2021 ถึง 2022 ด้วยคะแนน 93 แต้ม, แชมป์ฤดูกาล 2022 ถึง 2023 ด้วยคะแนน 89 แต้ม และแชมป์ฤดูกาล 2023 ถึง 2024 ด้วยคะแนน 91 แต้ม ส่วน ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ฤดูกาล 2024 ถึง 2025 ด้วยคะแนน 84 แต้ม และ อาร์เซนอล คว้าแชมป์ฤดูกาล 2025 ถึง 2026
สถิติความสำเร็จของสโมสรใน พรีเมียร์ลีก วัดจากสัดส่วนของฤดูกาลที่แข่งขันจนจบแล้วแต่ละสโมสรคว้าแชมป์ได้ สัดส่วนนี้จะนำจำนวนแชมป์มาคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เทียบกับ 34 ฤดูกาลที่แข่งไปตั้งแต่ 1992 ถึง 1993 จนถึง 2025 ถึง 2026
ข้อมูลตัวอย่าง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์คิดเป็น 38.2% ของฤดูกาลทั้งหมด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คิดเป็น 23.5%, เชลซี คิดเป็น 14.7% และ อาร์เซนอล คิดเป็น 11.8% ขณะที่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ได้ 5.9% ส่วนแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส และ เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ได้ทีมละ 2.9% โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ 6 สมัยใน 7 ฤดูกาลตั้งแต่ 2017 ถึง 2018 จนถึง 2023 ถึง 2024
ระบบคะแนนรวมจะมอบคะแนน 3 แต้มต่อการชนะหนึ่งนัด และ 1 แต้มต่อการเสมอหนึ่งนัดตลอดการแข่งขัน 38 นัดที่ลงเล่น คิดเป็นคะแนนเต็มได้สูงสุด 114 แต้ม ซึ่งคะแนนรวมที่เกินหลัก 95 แต้มถือเป็นผลงานในฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ลีก
ข้อมูลตัวอย่าง
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำสถิติเก็บได้ 100 แต้มในฤดูกาล 2017 ถึง 2018 และ 98 แต้มในฤดูกาล 2018 ถึง 2019 ขณะที่ ลิเวอร์พูล เก็บได้ 99 แต้มในฤดูกาล 2019 ถึง 2020 และ 97 แต้มในฤดูกาล 2018 ถึง 2019 ด้าน เชลซี ทำสถิติได้ 95 แต้มตั้งแต่ 2004 ถึง 2005
สถิติไร้พ่ายคือจำนวนนัดติดต่อกันในลีกที่ลงเล่นโดยไม่แพ้เลย ซึ่งผลเสมอจะช่วยยืดสถิติต่อเนื่องนี้ออกไป การวัดผลนี้ให้ความสำคัญกับความคงเส้นคงวาข้ามฤดูกาลมากกว่าผลงานในฤดูกาลเดียว
ข้อมูลตัวอย่าง
อาร์เซนอล ครองสถิติไร้พ่ายยาวนานที่สุดถึง 49 นัดที่ลงเล่น ตั้งแต่พฤษภาคม 2003 ถึงตุลาคม 2004 ด้าน ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใครในลีกยาวนานกว่า 40 นัดที่ลงเล่น ระหว่างมกราคม 2019 ถึงกุมภาพันธ์ 2020 ส่วนในฤดูกาล 2026 ถึง 2027 มีสถิติไร้พ่ายยาวนานที่สุดในปัจจุบันอยู่ที่ 6 นัดที่ลงเล่น ซึ่งครองสถิติร่วมกันโดย เบรนท์ฟอร์ด, เอฟเวอร์ตัน และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ฤดูกาลแห่งการทำลายสถิติจะสร้างมาตรฐานใหม่ของลีกไม่ว่าจะเป็นเรื่องประตู, เกมรับ หรือความรวดเร็วในการคว้าแชมป์ ฤดูกาลด้านล่างนี้ถือเป็นจุดอ้างอิงสำคัญสำหรับการแข่งขันในปัจจุบัน
ข้อมูลตัวอย่าง
อาร์เซนอล จบฤดูกาล 2003 ถึง 2004 (สิงหาคมถึงพฤษภาคม) ด้วยสถิติไร้พ่าย ชนะ 26 นัดและเสมอ 12 นัด ขณะที่ เชลซี เสียไปเพียง 15 ประตูตั้งแต่ 2004 ถึง 2005 ทางด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้ 106 ประตูพร้อมผลต่างประตูได้เสีย +79 ในฤดูกาล 2017 ถึง 2018 ส่วน ลิเวอร์พูล การันตีคว้าแชมป์ฤดูกาล 2019-2020 โดยเหลือการแข่งขันอีกถึง 7 นัดที่ลงเล่น ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ที่เร็วที่สุด
สโมสรที่โลดแล่นยาวนานที่สุดคือสโมสรที่ลงแข่งใน พรีเมียร์ลีก ทุกฤดูกาลนับตั้งแต่ 1992 ถึง 1993 โดยมีหกสโมสรที่ยังคงรักษาสถานะนี้ไว้ได้หลังจากผ่านไป 34 ฤดูกาล
ข้อมูลตัวอย่าง
อาร์เซนอล, เชลซี, เอฟเวอร์ตัน, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ลงเล่นจนถึงฤดูกาลที่ 35 นับตั้งแต่ 2026 ถึง 2027 ด้าน เวสต์แฮมยูไนเต็ด ยุติการลงเล่นบนลีกสูงสุดที่ยาวนาน 14 ปีในปี 2026 ขณะที่ เบิร์นลีย์ และวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ตกชั้นจากลีกนี้ไปในฤดูร้อนเดียวกัน
เหตุการณ์สำคัญของการแข่งขันได้บันทึกความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี โปรแกรมการแข่งขัน และกฎระเบียบที่เข้ามาพลิกโฉมลีกแห่งนี้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลต่อรูปแบบการดำเนินแมตช์การแข่งขันและการบริหารงานของแต่ละสโมสร
ข้อมูลตัวอย่าง
เทคโนโลยีโกลไลน์ถูกนำมาใช้ในฤดูกาล 2013 ถึง 2014 (สิงหาคมถึงพฤษภาคม) และระบบวีเออาร์เริ่มนำมาใช้ในฤดูกาล 2019 ถึง 2020 (สิงหาคมถึงพฤษภาคม) ส่วนในฤดูกาล 2026 ถึง 2027 ได้เริ่มบังคับใช้กฎห้ามมีสปอนเซอร์การพนันบนหน้าอกเสื้อแข่งสำหรับวันแข่งขัน พร้อมกำหนดปฏิทินการแข่งขันเป็นโปรแกรมรอบสุดสัปดาห์ 33 รอบ และรอบกลางสัปดาห์ 5 รอบ
โครงสร้างรายการแข่งขันของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ มีความแตกต่างจาก ลาลีกา, เซเรียอา, ลีกเอิง, อีเอฟแอล แชมเปียนชิป, เจลีก, บุนเดสลีกา และ ไทยลีก 1 ในแง่ของจำนวนสโมสร, จำนวนนัดที่ลงเล่นทั้งหมด รวมถึงกฎการเลื่อนชั้นและตกชั้น โดย EPL มีสโมสรเข้าร่วม 20 สโมสร และลงเล่น 38 นัดที่ลงเล่น ต่อสโมสร ส่วน อีเอฟแอล แชมเปียนชิป มี 24 สโมสร และลงเล่น 46 นัดที่ลงเล่น ต่อสโมสร ขณะที่ ลีกเอิง และ บุนเดสลีกา ใช้ระบบ 18 สโมสร และ 34 นัดที่ลงเล่น ด้าน ไทยลีก 1 ใช้ 16 สโมสร และ 30 นัดที่ลงเล่น ปฏิทินการแข่งขันประจำฤดูกาลก็แตกต่างกัน เนื่องจาก เจ1 ลีก ได้เปลี่ยนมาใช้ปฏิทินแบบเดือนสิงหาคมถึงมิถุนายนสำหรับฤดูกาล 2026 ถึง 2027 หลังจากใช้ระบบแข่งจบภายในปีปฏิทินเดียวมาหลายทศวรรษ โควตาการตกชั้นมีตั้งแต่ตกชั้นอัตโนมัติ 2 ทีมใน ลีกเอิง และ บุนเดสลีกา ไปจนถึง 3 ทีมใน EPL การเปรียบเทียบนี้ครอบคลุมทั้ง ลาลีกา, เซเรียอา, ลีกเอิง, อีเอฟแอล แชมเปียนชิป, เจลีก, บุนเดสลีกา และไทยลีก
ตารางด้านล่างแสดงการเปรียบเทียบโครงสร้างลีก
| ลีก | ประเทศ | สโมสร | นัดที่ลงเล่นต่อสโมสร | ช่วงเวลาประจำฤดูกาล | ตกชั้น | เส้นทางการเลื่อนชั้น |
|---|---|---|---|---|---|---|
| EPL | อังกฤษ | 20 | 38 | 21 สิงหาคม 2026 ถึง 30 พฤษภาคม 2027 | 3 อันดับท้ายตาราง | 2 อันดับแรกและผู้ชนะรอบเพลย์ออฟจากแชมเปียนชิป |
| ลาลีกา | สเปน | 20 | 38 | สิงหาคมถึงพฤษภาคม | 3 อันดับท้ายตาราง | 2 อันดับแรกและผู้ชนะรอบเพลย์ออฟจากลีกระดับสอง |
| เซเรียอา | อิตาลี | 20 | 38 | สิงหาคมถึงพฤษภาคม | 3 อันดับท้ายตาราง | 2 อันดับแรกและผู้ชนะรอบเพลย์ออฟจากเซเรียบี |
| ลีกเอิง | ฝรั่งเศส | 18 | 34 | สิงหาคมถึงพฤษภาคม | 2 อันดับท้ายตาราง บวกเพลย์ออฟสำหรับอันดับที่ 16 | 2 อันดับแรกจากลีก 2 บวกผู้ชนะรอบเพลย์ออฟ |
| อีเอฟแอล แชมเปียนชิป | อังกฤษ | 24 | 46 | 14 สิงหาคม 2026 ถึง 1 พฤษภาคม 2027 | 3 อันดับท้ายตาราง | 2 อันดับแรกและผู้ชนะรอบเพลย์ออฟจากลีกวัน |
| เจลีก | ญี่ปุ่น | 20 | 38 | 7 สิงหาคม 2026 ถึง 6 มิถุนายน 2027 | 3 อันดับท้ายตาราง | 2 อันดับแรกและผู้ชนะรอบเพลย์ออฟจากเจ2 |
| บุนเดสลีกา | เยอรมนี | 18 | 34 | สิงหาคมถึงพฤษภาคม | 2 อันดับท้ายตาราง บวกเพลย์ออฟสำหรับอันดับที่ 16 | 2 อันดับแรกจากลีกระดับสอง บวกผู้ชนะรอบเพลย์ออฟ |
| ไทยลีก 1 | ไทย | 16 | 30 | ตั้งแต่ 4 กันยายน 2026 | 3 อันดับท้ายตาราง | แชมป์, รองแชมป์ และผู้ชนะรอบเพลย์ออฟจากไทยลีก 2 |
มีสโมสรเข้าร่วมแข่งขันระหว่าง 16 ถึง 24 สโมสรในแต่ละลีกฟุตบอลที่นำมาเปรียบเทียบ โดยอีเอฟแอล แชมเปียนชิปมีจำนวนทีมมากที่สุดที่ 24 สโมสร ส่วน EPL, ลาลีกา, เซเรียอา และเจ1 ลีก มีสโมสรเข้าร่วมแข่งขันลีกละ 20 สโมสร ด้าน ลีกเอิง และ บุนเดสลีกา มีลีกละ 18 สโมสร ขณะที่ ไทยลีก 1 มีจำนวนทีมน้อยที่สุดที่ 16 สโมสร รวมทั้ง 8 ลีกมีจำนวนสโมสรทั้งหมด 156 สโมสร คิดเป็นค่าเฉลี่ย 19.5 สโมสรต่อหนึ่งลีก จำนวนสโมสรจะเป็นตัวกำหนดจำนวนนัดที่ลงเล่นทั้งหมด เนื่องจากระบบพบกันหมดแบบเหย้า-เยือนทำให้แต่ละสโมสรต้องลงเล่นเป็นสองเท่าของจำนวนคู่แข่งลบด้วย 2 นัด
ระบบเลื่อนชั้นและตกชั้นของแต่ละลีกใช้ทั้งโควตาอัตโนมัติและรอบเพลย์ออฟในการโยกย้ายสโมสรระหว่างดิวิชัน โดย EPL, ลาลีกา, เซเรียอา, อีเอฟแอล แชมเปียนชิป, เจ1 ลีก และ ไทยลีก 1 จะปรับตกชั้นสโมสร 3 อันดับสุดท้าย ส่วน ลีกเอิง และ บุนเดสลีกา จะปรับตกชั้นสโมสร 2 อันดับสุดท้าย และส่งสโมสรอันดับที่ 16 ไปเตะเพลย์ออฟ การเลื่อนชั้นก็เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน โดยสโมสร 2 อันดับแรกจากดิวิชันล่างจะได้เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติและผู้ชนะรอบเพลย์ออฟจะเข้ามาเติมเต็มกลุ่ม ทั้งนี้ เจ1 ลีกยังคงใช้ระบบขึ้น 3 ตก 3 ร่วมกับเจ2 ลีก สำหรับช่วง 2026 ถึง 2027
อีเอฟแอล แชมเปียนชิป, ไทยลีก 1, ลีกเอิง และ บุนเดสลีกา ใช้ตารางแข่งขันประจำฤดูกาลที่แตกต่างจากรูปแบบ 38 นัดที่ใช้ใน EPL, ลาลีกา, เซเรียอา และเจ1 ลีก โดยอีเอฟแอล แชมเปียนชิปจัดตารางแข่งสโมสรละ 46 นัดระหว่างวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ถึง 1 พฤษภาคม 2027 ด้าน ไทยลีก 1 กำหนดไว้ 30 นัด ขณะที่ ลีกเอิง และ บุนเดสลีกา กำหนดไว้ 34 นัด สำหรับ EPL จะลงเตะอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ตลอดช่วงฤดูหนาว โดยสัปดาห์การแข่งขันที่ 15 จะแข่งในสุดสัปดาห์ของวันที่ 12 ธันวาคม และสัปดาห์การแข่งขันที่ 20 ในสุดสัปดาห์ของวันที่ 9 มกราคม 2027 ส่วนเจ1 ลีกจะมีการพักเบรกหนีหนาวตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์
ปฏิทินการแข่งขันของลีกยุโรปและเอเชียมีความแตกต่างกันในเรื่องวันเปิดฤดูกาล ระยะเวลาพักเบรก และประวัติการปรับเปลี่ยนช่วงเวลา โดยลีกยุโรปจะแข่งตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงพฤษภาคม ส่วนเจ1 ลีกได้เปลี่ยนจากระบบปฏิทินกุมภาพันธ์ถึงธันวาคมมาเป็นสิงหาคมถึงมิถุนายนสำหรับช่วง 2026 ถึง 2027 โดยเปิดฤดูกาลในวันที่ 7 สิงหาคม 2026 และปิดฤดูกาลในวันที่ 6 มิถุนายน 2027 ทั้งนี้ มีการจัดรายการแข่งขันเฉพาะกาลช่วงเปลี่ยนผ่านตั้งแต่กุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน 2026 โดยไม่มีการตกชั้น ซึ่งวิสเซล โกเบคว้าแชมป์ในรุ่นเจ1 ด้าน ไทยลีก 1 เปิดฤดูกาลเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 โดยมี 16 สโมสรและลงเล่นสโมสรละ 30 นัด
เจ1 ลีก, ลีกเอิง, บุนเดสลีกา และอีเอฟแอล แชมเปียนชิป มีกฎการแข่งขันที่แตกต่างไปจาก EPL โดยเจ1 ลีกส่งชื่อผู้เล่นได้สูงสุด 20 คนต่อนัด และอนุญาตให้ส่งผู้เล่นต่างชาติได้สูงสุด 5 คน ด้าน ลีกเอิง และ บุนเดสลีกา จะส่งสโมสรอันดับที่ 16 ไปเล่นเพลย์ออฟหนีตกชั้น ส่วนอีเอฟแอล แชมเปียนชิปได้นำกรอบกฎควบคุมต้นทุนทีมมาใช้ตั้งแต่ 2026 ถึง 2027 ซึ่งจำกัดเพดานการใช้จ่ายของทีมไว้ที่ 85% ของรายได้ ขณะที่ EPL กำหนดให้ลงทะเบียนรายชื่อผู้เล่นในทีมได้ 25 คน โดยต้องมีผู้เล่นโฮมโกรวน์อย่างน้อย 8 คน
โครงสร้างของ EPL แตกต่างจากลีกที่กล่าวมาด้วยระบบการตกชั้นโดยตรง ฤดูกาลที่มีจำนวน 38 นัดตายตัว ตลอดจนชุดกฎเกณฑ์ทางการเงินและการจัดการผู้เล่นในทีมร่วมกัน โดย EPL จะปรับตกชั้น 3 สโมสรสุดท้ายโดยไม่มีการเตะเพลย์ออฟ ขณะที่ ลีกเอิง และ บุนเดสลีกา มีการเตะเพลย์ออฟสำหรับอันดับที่ 16 ทั้งนี้ นัดสุดท้ายของฤดูกาลใน EPL จะลงสนามพร้อมกันทั้ง 10 คู่ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2027 โดยลีกจำกัดเพดานการใช้จ่ายกับทีมไว้ที่ 85% ของรายได้จากฟุตบอล และการเปลี่ยนแปลงกฎต้องได้รับเสียงโหวต 14 เสียงจากสมาชิก 20 สโมสร นอกจากนี้ EPL ยังมีความจุสนามรวมกันมากที่สุดในการเปรียบเทียบนี้ที่ 822,365 ที่นั่ง
ผู้เล่นได้รับการลงทะเบียนสำหรับฤดูกาล EPL ผ่านระบบการลงทะเบียนของ พรีเมียร์ลีก ซึ่งจะเชื่อมโยงผู้เล่นแต่ละคนเข้ากับสโมสร หมายเลขเสื้อ และสัญญา สโมสรต่างๆ จะส่งรายชื่อทีมที่มีผู้เล่นอายุ 25 ปีขึ้นไปได้สูงสุด 21 คน หลังจากตลาดซื้อขายช่วงฤดูร้อนปิดทำการ ผู้เล่นอย่างน้อย 8 คนในรายชื่อต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้เล่นที่ฝึกฝนในประเทศ (โฮมโกรวน์) ดังนั้น สโมสรจึงสามารถใส่ชื่อผู้เล่นที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวได้สูงสุด 17 คน ผู้เล่นที่อายุต่ำกว่า 21 ปี จะอยู่นอกเหนือโควตาจำกัด 25 คนนี้ และจะลงทะเบียนในฐานะผู้เล่นอะคาเดมีหรือผู้เล่นรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี การเซ็นสัญญากับผู้เล่นจากต่างประเทศจำเป็นต้องมีใบโอนย้ายระหว่างประเทศและใบอนุญาตทำงานที่ผ่านการรับรองก่อนที่ขั้นตอนการลงทะเบียนจะเสร็จสมบูรณ์ รายชื่อทีมในวันแข่งขันจะมีผู้เล่นได้ 20 คน ประกอบด้วยตัวจริง 11 คน และตัวสำรอง 9 คน โดยตลาดซื้อขายช่วงฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2027 จะเปิดโอกาสให้สโมสรต่างๆ ปรับเปลี่ยนรายชื่อผู้เล่นได้
รายชื่อลงทะเบียนทีมพรีเมียร์ลีก คือ รายชื่อผู้เล่นชุดใหญ่สูงสุด 25 คนอย่างเป็นทางการที่สโมสรส่งลงทะเบียนกับทาง พรีเมียร์ลีก สำหรับการแข่งขันหนึ่งฤดูกาล รายชื่อดังกล่าวจะระบุผู้เล่นที่มีอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป และผู้เล่นแต่ละคนจะมีหมายเลขเสื้อประจำตัวตั้งแต่หมายเลข 1 ถึง 99 สโมสรต่าง ๆ จะต้องส่งรายชื่อนี้หลังจากตลาดซื้อขายนักเตะช่วงฤดูร้อนปิดทำการ และสามารถปรับเปลี่ยนรายชื่อได้ในระหว่างตลาดซื้อขายช่วงฤดูหนาว ทั้งนี้ในรายชื่อต้องมีผู้เล่นที่เป็นโฮมโกรวน์อย่างน้อย 8 คน ซึ่งเป็นการจำกัดจำนวนผู้เล่นที่ไม่เข้าเกณฑ์โฮมโกรวน์ไว้ที่ไม่เกิน 17 คน ส่วนผู้เล่นอายุต่ำกว่า 21 ปีจะแยกอยู่ในอีกรายชื่อหนึ่ง ดังนั้นรายชื่อนี้จึงแสดงถึงกลุ่มผู้เล่นชุดใหญ่มากกว่าจะเป็นผู้เล่นทั้งหมดของสโมสร โดยเจ้าหน้าที่ของ พรีเมียร์ลีก จะตรวจสอบความถูกต้องของการส่งรายชื่อทุกครั้งเทียบกับคู่มือกฎระเบียบของลีก
ใช่ จำเป็นต้องมีรายชื่อลงทะเบียนทีมของพรีเมียร์ลีกสำหรับแต่ละสโมสรในทุกๆ ฤดูกาล สโมสรจะส่งรายชื่อให้กับพรีเมียร์ลีก และผู้เล่นที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไปที่อยู่นอกรายชื่อจะไม่มีสิทธิ์ลงสนามในนัดที่ลงเล่นของลีก ข้อกำหนดนี้เชื่อมโยงการลงทะเบียนเข้ากับสิทธิ์การลงเล่น ขนาดทีม และโควตาโฮมโกรวน์ การจำกัดจำนวนผู้เล่นไว้ที่ 25 คนใช้กับผู้เล่นชุดใหญ่ ส่วนผู้เล่นอายุต่ำกว่า 21 ปีจะใช้การลงทะเบียนแยกต่างหาก สโมสรที่พลาดกำหนดส่งหรือละเมิดโควตาจะต้องเผชิญกับบทลงโทษตามกฎของลีก
ผู้เล่นที่มีคุณสมบัติเป็นผู้เล่นโฮมโกรวน์ คือ ผู้ที่ลงทะเบียนกับสโมสรในอังกฤษหรือเวลส์เป็นเวลา 3 ฤดูกาลเต็ม หรือ 36 เดือน ก่อนที่จะมีอายุครบ 21 ปี กฎนี้มีผลบังคับใช้โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติ ดังนั้นผู้เล่นต่างชาติที่เข้าร่วมอะคาเดมีในอังกฤษตั้งแต่อายุ 15 ปี จะผ่านเกณฑ์คุณสมบัตินี้เมื่ออายุครบ 18 ปี ระยะเวลาการลงทะเบียนจะนับรวมสโมสรใดก็ได้ที่สังกัดสมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือสมาคมฟุตบอลแห่งเวลส์ แต่ละสโมสรจะต้องส่งชื่อผู้เล่นโฮมโกรวน์อย่างน้อย 8 คน ในรายชื่อผู้เล่น 25 คน กฎนี้ช่วยปกป้องโอกาสของบรรดาผู้เล่นดาวรุ่งและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรฟุตบอลภายในประเทศ โดยสถานะนี้จะยังคงอยู่กับตัวผู้เล่นต่อไปหลังจากวันเกิดครบรอบอายุ 21 ปี
ได้ ผู้เล่นจากอะคาเดมีสามารถนับเป็นผู้เล่นโฮมโกรวน์ได้เมื่อระยะเวลาการลงทะเบียนกับสโมสรอังกฤษหรือเวลส์ครบ 3 ฤดูกาลเต็ม หรือ 36 เดือนก่อนวันเกิดครบอายุ 21 ปี เวลาการลงทะเบียนในอะคาเดมีจะถูกนับรวมเข้ากับจำนวนประตูรวมด้วย ดังนั้นผู้เล่นที่เข้าร่วมสโมสรตอนอายุ 16 ปีและอยู่ต่อเนื่องจนถึงอายุ 19 ปีจึงมีคุณสมบัติครบถ้วน สัญชาติไม่มีผลต่อสิทธิ์นี้ สโมสรจะยืนยันสถานะโฮมโกรวน์ผ่านบันทึกของลีก และสถานะนั้นจะส่งต่อไปยังรายชื่อทีมชุดใหญ่
ผู้เล่นอะคาเดมีจะได้รับการลงทะเบียนกับ พรีเมียร์ลีก และสโมสรผ่านแผนพัฒนานักเตะเยาวชนระดับสูง ซึ่งจัดระดับอะคาเดมีออกเป็นหมวดหมู่ตั้งแต่ 1 ถึง 4 โดยอะคาเดมีหมวดหมู่ 1 จะมีมาตรฐานด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและการฝึกสอนสูงสุด ผู้เล่นจะเซ็นสัญญาแบบทุนการศึกษาเมื่ออายุ 16 ปี และเซ็นสัญญาอาชีพได้ตั้งแต่อายุ 17 ปี จากนั้นสโมสรจะลงทะเบียนผู้เล่นแต่ละคนกับลีก สำหรับผู้เล่นรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ไม่จำเป็นต้องใช้โควตาในรายชื่อทีม 25 ผู้เล่น การลงทะเบียนจะบันทึกประเภทสัญญา กลุ่มอายุ และวันที่เริ่มต้น ซึ่งสถิตินี้จะช่วยรับรองสถานะโฮมโกรวน์ในเวลาต่อมา
ได้ ผู้เล่นจากอะคาเดมีสามารถมีชื่อได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนทีมชุดใหญ่ตามปกติ หากพวกเขาเข้าข่ายเป็นผู้เล่นรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีภายใต้กฎของลีก โดยผู้เล่นรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีจะอยู่นอกโควตาของรายชื่อทีมชุดใหญ่จำนวน 25 คน ดังนั้น สโมสรจึงสามารถส่งชื่อผู้เล่นรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีในรายชื่อวันแข่งขันได้หลังจากลงทะเบียนผู้เล่นกับ พรีเมียร์ลีก ว่ามีคุณสมบัติถูกต้อง กฎนี้ช่วยให้บรรดาสโมสรผลักดันผู้เล่นดาวรุ่งขึ้นมาได้โดยไม่ต้องเสียโควตา 25 ที่นั่งดังกล่าว ส่วนผู้เล่นที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไปจำเป็นต้องมีชื่ออยู่ในรายชื่อทีมชุดใหญ่
การย้ายทีมของนักเตะใน EPL ดำเนินการผ่านตลาดซื้อขายนักเตะ (หน้าต่างลงทะเบียน) 2 ช่วง ข้อตกลงระหว่างสโมสร สัญญาของนักเตะ และการลงทะเบียนกับทางลีก สโมสรผู้ซื้อจะตกลงค่าตัวกับสโมสรผู้ขาย ยื่นข้อเสนอเงื่อนไขสัญญากับนักเตะ และตรวจร่างกายให้เสร็จสมบูรณ์ การเซ็นสัญญานักเตะต่างชาติจำเป็นต้องใช้ใบโอนย้ายระหว่างประเทศ (ITC) และใบอนุมัติใบอนุญาตทำงาน จากนั้นสโมสรจะลงทะเบียนนักเตะกับพรีเมียร์ลีกก่อนเส้นตายของตลาดซื้อขาย ยืมตัว ย้ายทีมแบบถาวร และย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัว (ฟรีเอเยนต์) ใช้ขั้นตอนการลงทะเบียนเดียวกันโดยหลักการ และทางลีกจะยืนยันการลงทะเบียนแต่ละรายการหลังได้รับการยื่นเอกสาร กฎอัตราส่วนค่าใช้จ่ายทีมให้นับรวมค่าจ้าง ค่าตัวนักเตะแบบตัดจำหน่าย และค่าธรรมเนียมเอเยนต์ เข้าไปในเพดานการใช้จ่ายที่ 85% ในฤดูกาล 2026 ถึง 2027 ดังนั้นค่าตัวในการย้ายทีมจึงมีผลต่อการปฏิบัติตามกฎ สโมสรต่างๆ จะวางแผนการซื้อขายให้สอดคล้องกับรายชื่อนักเตะ 25 คน และโควตานักเตะโฮมโกรวน์
ตลาดซื้อขายนักเตะของพรีเมียร์ลีกเปิดขึ้นสองครั้งในแต่ละฤดูกาล คือในช่วงฤดูร้อนและช่วงฤดูหนาว ตลาดช่วงฤดูร้อนปี 2026 เปิดทำการเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 และปิดตัวลงเวลา 23.00 น. BST ในวันที่ 1 กันยายน 2026 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 78 วัน ส่วนตลาดช่วงฤดูหนาวปี 2027 เปิดทำการในวันที่ 1 มกราคม 2027 และปิดตัวลงเวลา 23.00 น. GMT ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2027 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 31 วัน กรอบเวลาของตลาดซื้อขายนี้กำหนดช่วงวันที่สำหรับการลงทะเบียนการย้ายทีมแบบจ่ายค่าตัวและการยืมตัว โดยสโมสรต่างๆ จะต้องยื่นเอกสารก่อนถึงชั่วโมงสุดท้าย และลีกจะทำการยืนยันการลงทะเบียนหลังจากพ้นกำหนดเส้นตาย
ได้ สโมสรสามารถลงทะเบียนการย้ายทีมบางกรณีได้นอกช่วงตลาดซื้อขายนักเตะภายใต้กฎของลีก นักเตะที่ไม่มีสโมสร หรือที่เรียกว่าฟรีเอเยนต์ สามารถลงทะเบียนได้ทันทีเมื่อตกลงสัญญาเรียบร้อยแล้ว การยืมตัวผู้รักษาประตูแบบฉุกเฉินช่วยแก้ปัญหาระยะสั้นเมื่อสโมสรขาดแคลนผู้รักษาประตูที่มีสภาพร่างกายพร้อมลงสนาม ส่วนการย้ายทีมแบบมีค่าตัวและการยืมตัวแบบทั่วไปของนักเตะที่ยังมีสัญญาอยู่นั้นจำเป็นต้องดำเนินการในช่วงตลาดที่เปิดอยู่ สโมสรที่พยายามลงทะเบียนหลังจากเส้นตายจะถูกปฏิเสธโดยพรีเมียร์ลีก
การยืมตัวในพรีเมียร์ลีก คือ การย้ายทีมชั่วคราวของผู้เล่นที่ลงทะเบียนไว้จากสโมสรต้นสังกัดไปยังสโมสรที่ยืมตัวตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ สโมสรต้นสังกัดยังคงถือสัญญาของผู้เล่น และสโมสรที่ยืมตัวจะจ่ายค่าเหนื่อยตามข้อตกลง การยืมตัวตลอดทั้งฤดูกาลจะมีผลจนกระทั่งจบฤดูกาล ส่วนการยืมตัวระยะสั้นจะมีผลตามจำนวนเดือนที่กำหนดไว้ สัญญายืมตัวอาจมีเงื่อนไขออปชันซื้อขาด เงื่อนไขดึงตัวกลับ หรือการช่วยจ่ายค่าเหนื่อยจากสโมสรต้นสังกัด การลงทะเบียนยืมตัวต้องเป็นไปตามกำหนดเวลาปิดตลาดซื้อขายเช่นเดียวกับการย้ายทีมแบบถาวร
ได้ ผู้เล่นใน EPL สามารถกลับมาจากการยืมตัวก่อนวันที่สิ้นสุดได้ หากในข้อตกลงการยืมตัวมีเงื่อนไขการเรียกตัวกลับ หรือหากสโมสรต้นสังกัด สโมสรที่ยืมตัว และผู้เล่น ตกลงร่วมกันที่จะยุติการยืมตัว ช่วงเวลาในการเรียกตัวกลับจะเป็นไปตามเงื่อนไขการยืมตัวและกฎการลงทะเบียนของลีก ดังนั้น ในทางปฏิบัติการกลับมาจึงมักตรงกับช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ สโมสรต้นสังกัดจะลงทะเบียนผู้เล่นอีกครั้งหลังจากสัญญายืมตัวสิ้นสุดลง โดยผู้เล่นที่ถูกเรียกตัวกลับจะกลับเข้าสู่รายชื่อทีมของสโมสรต้นสังกัด หรือกลุ่มอายุไม่เกิน 21 ปี
การย้ายทีมของผู้เล่นจะเสร็จสมบูรณ์ใน 5 ขั้นตอน ตั้งแต่ข้อตกลงระหว่างสโมสรไปจนถึงการลงทะเบียนกับลีก ขั้นตอนแรก สโมสรผู้ซื้อจะตกลงเรื่องค่าตัวกับสโมสรผู้ขาย ขั้นตอนที่สอง ผู้เล่นจะตกลงเงื่อนไขส่วนตัวและผ่านการตรวจร่างกาย ขั้นตอนที่สาม ทั้งสองสโมสรและผู้เล่นจะลงนามในเอกสารการย้ายทีมและสัญญา ขั้นตอนที่สี่ จะต้องมีใบโอนย้ายระหว่างประเทศและการรับรองใบอนุญาตทำงานสำหรับผู้เล่นจากต่างประเทศ ขั้นสุดท้าย สโมสรผู้ซื้อจะลงทะเบียนผู้เล่นกับ พรีเมียร์ลีก ก่อนที่ตลาดซื้อขายจะปิดตัวลง การลงทะเบียนนี้จะยืนยันสิทธิ์ในการลงสนามสำหรับนัดที่ลงเล่นในลีก
การย้ายทีมของผู้เล่นจำเป็นต้องได้รับการลงทะเบียนอย่างเป็นทางการกับ พรีเมียร์ลีก โดยการลงทะเบียนจะช่วยยืนยันสัญญา หมายเลขเสื้อในทีม และสิทธิ์ในการลงเล่นสำหรับนัดที่ลงเล่นในลีก การเซ็นสัญญาที่ไม่ทันเส้นตายของตลาดซื้อขายจะยังไม่ได้รับการลงทะเบียน และผู้เล่นจะต้องรอตลาดรอบถัดไป เว้นแต่ผู้เล่นคนดังกล่าวจะมีสถานะเป็นฟรีเอเยนต์ สำหรับผู้เล่นชุดใหญ่จะถูกใส่ชื่อไว้ในรายชื่อทีม และผู้เล่นอายุต่ำกว่า 21 ปีจะทำตามขั้นตอนการลงทะเบียนของอะคาเดมี
สโมสรใน EPL มีผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริหาร และทีมผู้บริหารเป็นเจ้าของและเป็นผู้ดำเนินงาน ซึ่งอยู่ภายใต้กฎระเบียบของลีก แต่ละสโมสรจากทั้งหมด 20 สโมสร ถือหุ้น 1 หุ้นในพรีเมียร์ลีก และมี 1 เสียงในการลงมติเปลี่ยนแปลงกฎ โดยต้องใช้ 14 เสียงขึ้นไปในการอนุมัติข้อเสนอ ดังที่แสดงให้เห็นในการลงมติเรื่องกฎอัตราส่วนค่าใช้จ่ายทีม ซึ่งผ่านด้วยคะแนนเห็นชอบ 14 เสียงพอดี แบบทดสอบคุณสมบัติเจ้าของและผู้บริหารสโมสรทำหน้าที่กลั่นกรองเจ้าของและผู้บริหารก่อนการอนุมัติ และพระราชบัญญัติการบริหารจัดการฟุตบอล ปี 2025 ได้จัดตั้งองค์กรกำกับดูแลฟุตบอลอิสระขึ้นมาสำหรับฟุตบอลชายของอังกฤษ รูปแบบการเป็นเจ้าของมีความหลากหลาย ตั้งแต่เจ้าของที่เป็นบุคคลธรรมดา กลุ่มธุรกิจครอบครัว ไปจนถึงกลุ่มทุนเพื่อการลงทุน การบริหารงานประจำวันนำโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา และหัวหน้าผู้ฝึกสอน โดยมีคณะกรรมการบริหารทำหน้าที่อนุมัติงบประมาณและวางยุทธศาสตร์ ขนาดของสนามแข่งขัน ดีลทางพาณิชย์ และสถานะของอะคาเดมีฟุตบอล เป็นปัจจัยที่กำหนดขนาดการดำเนินงานของแต่ละสโมสร
บุคคลทั่วไป ครอบครัว บริษัท และกลุ่มทุนสามารถเป็นเจ้าของสโมสรพรีเมียร์ลีกได้เมื่อผ่านแบบทดสอบเจ้าของและผู้อำนวยการ โดยแบบทดสอบดังกล่าวจะตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้าม (การล้มละลาย โทษคดีความที่ยังไม่พ้นมลทิน การถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นกรรมการ) และพิจารณาสถานะทางการเงินของผู้ซื้อ เจ้าของที่มีอำนาจควบคุมจะต้องเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่ได้รับผลประโยชน์ขั้นสุดท้ายจากการถือครองนั้น กฎของลีกยังห้ามมิให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีอิทธิพลมากกว่า 1 สโมสรในพรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลฟุตบอลอิสระยังได้เพิ่มขั้นตอนการออกใบอนุญาตสำหรับฟุตบอลชายของอังกฤษภายใต้พระราชบัญญัติการกำกับดูแลฟุตบอล 2025
ได้ บุคคลธรรมดาสามารถเป็นเจ้าของสโมสรพรีเมียร์ลีกได้หากผ่านการทดสอบคุณสมบัติของเจ้าของและผู้อำนวยการ การถือครองสโมสรโดยบุคคลธรรมดาปรากฏอยู่ทั่วทั้งลีก (โทนี บลูม ที่ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน, แมทธิว เบนแฮม ที่ เบรนท์ฟอร์ด, เอวานเจลอส มารินาคิส ที่ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์) เจ้าของสโมสรจะเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุม แต่งตั้งผู้อำนวยการที่ผ่านการทดสอบคุณสมบัติเช่นกัน และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทางการเงินของลีก ทั้งนี้ เจ้าของสโมสรที่เป็นบุคคลธรรมดามีหน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูลเช่นเดียวกับเจ้าของสโมสรที่เป็นนิติบุคคล
เจ้าของสโมสรใน EPL มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งในด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การเงิน การกำกับดูแลกิจการ และความสัมพันธ์กับชุมชน เจ้าของต้องดูแลให้สโมสรปฏิบัติตามกฎของลีก รวมถึงเพดานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายทีม ที่ 85% ของรายได้จากฟุตบอลตั้งแต่ 2026 ถึง 2027 เจ้าของทำหน้าที่จัดหาเงินทุนสำหรับการดำเนินงาน แต่งตั้งผู้อำนวยการที่ผ่านเกณฑ์การทดสอบของลีก และรักษามาตรฐานสนามเหย้าตลอดจนศูนย์ฝึกเยาวชน นอกจากนี้ ร่างพระราชบัญญัติการกำกับดูแลฟุตบอล 2025 ยังกำหนดให้สโมสรต้องเปิดโอกาสให้แฟนบอลมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ และต้องเปิดเผยการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของหรือการควบคุมสโมสรต่อลีกก่อนที่กระบวนการจะเสร็จสมบูรณ์
ใช่ ความเป็นเจ้าของสโมสรส่งผลต่อการดำเนินงานด้านฟุตบอลอย่างแน่นอน ผ่านทางงบประมาณ การแต่งตั้งบุคลากร และกลยุทธ์การสรรหานักเตะ บรรดาเจ้าของสโมสรจะเป็นผู้อนุมัติแผนการใช้จ่าย ขณะที่บอร์ดบริหารมีหน้าที่แต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนและผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา การแต่งตั้ง ชาบี อลอนโซ ที่ เชลซี, อันโดนี อิราโอลา ที่ ลิเวอร์พูล และ เอนโซ มาเรสกา ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงฤดูร้อนปี 2026 ล้วนแสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจในระดับสโมสร ทั้งนี้ เพดานกฎควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่ายทีมที่กำหนดไว้ 85% ของรายได้จากฟุตบอล จะเป็นตัวจำกัดอิทธิพลของเงินทุนจากเจ้าของสโมสรที่มีต่อการใช้จ่ายเพื่อสร้างทีม
สโมสรในพรีเมียร์ลีกได้รับการบริหารจัดการนอกสนามผ่านคณะกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และฝ่ายงานต่าง ๆ ทั้งด้านการเงิน พาณิชย์ การดำเนินงาน อะคาเดมี และฟุตบอล คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่กำหนดกลยุทธ์และอนุมัติงบประมาณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทำหน้าที่นำทีมฝ่ายพาณิชย์และฝ่ายปฏิบัติการ ขณะที่ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬามีหน้าที่ดูแลด้านการสรรหานักเตะ สัญญา และการแต่งตั้งโค้ช ฝ่ายต่าง ๆ จัดการการดำเนินงานของสนามเหย้า การจำหน่ายบัตรเข้าชม การถ่ายทอดสด และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทางการเงินของลีก ขนาดของสนามเหย้าเป็นตัวกำหนดปริมาณงาน โดยที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด รองรับแฟนบอลได้ 74,158 คน และไวทาลิตี สเตเดียม รองรับได้ 12,357 คน
ใช่ ฝ่ายบริหารสโมสรสามารถดำเนินงานอย่างเป็นอิสระจากเจ้าของสโมสรได้ภายใต้ขอบเขตที่กฎของลีกและคณะกรรมการบริหารกำหนดไว้ โดยคณะกรรมการบริหารมีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้ดูแลการดำเนินงานประจำวัน ด้านกฎการถือครองสโมสรหลายแห่งข้ามสายได้ห้ามไม่ให้เจ้าของมีอิทธิพลต่อสโมสร พรีเมียร์ลีก แห่งที่สอง ซึ่งช่วยปกป้องความสมบูรณ์และยุติธรรมในการแข่งขัน ทั้งนี้ เจ้าของสโมสรยังคงมีอำนาจเหนือนโยบายเชิงกลยุทธ์ แหล่งเงินทุน และการแต่งตั้งบุคลากรระดับสูง ความเป็นอิสระนี้จึงครอบคลุมเฉพาะการตัดสินใจในชีวิตประจำวันมากกว่าเรื่องในระดับความเป็นเจ้าของ
ปัจจัยทางการเงินที่ส่งผลกระทบต่อสโมสรใน EPL ประกอบด้วยรายได้จากการถ่ายทอดสด ข้อตกลงเชิงพาณิชย์ รายได้ในวันแข่งขัน ค่าเหนื่อย การใช้จ่ายในตลาดซื้อขายนักเตะ และกฎระเบียบของลีก รายได้จากการถ่ายทอดสดจะได้รับผ่านการจัดสรรส่วนแบ่งส่วนกลางที่กระจายไปยังทั้ง 20 สโมสร ข้อตกลงเชิงพาณิชย์ขึ้นอยู่กับผู้สนับสนุน ชุดแข่ง และพันธมิตรทางธุรกิจ โดยในฤดูกาล 2026 ถึง 2027 ได้เริ่มบังคับใช้การสั่งห้ามมีสปอนเซอร์เว็บพนันบนหน้าอกเสื้อแข่งวันแข่งขัน รายได้ในวันแข่งขันขึ้นอยู่กับความจุสนาม ซึ่งมีความจุรวมกัน 822,365 ที่นั่งจากทั้ง 20 สโมสร ค่าเหนื่อยและค่าธรรมเนียมการโอนย้ายที่คิดค่าตัดจำหน่ายถือเป็นรายการต้นทุนที่สูงที่สุด กฎผลกำไรและความยั่งยืนเดิมได้จำกัดการแพ้สะสมไว้ที่ไม่เกิน [$138 ล้าน] ตลอดช่วงเวลา 3 ปีแบบหมุนเวียน ซึ่งทางลีกได้เปลี่ยนกฎใหม่ตั้งแต่ 2026 ถึง 2027
แหล่งรายได้ของสโมสรในพรีเมียร์ลีกคือช่องทางรายรับที่นำมาเป็นทุนสำหรับค่าเหนื่อย การย้ายทีม และการดำเนินงาน โดยการถ่ายทอดสด รายได้เชิงพาณิชย์ รายได้ในวันแข่งขัน และการซื้อขายผู้เล่นถือเป็นหมวดหมู่หลัก ทั้งนี้ กฎอัตราส่วนต้นทุนทีมจะนับรวมรายได้ที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลและกำไรสุทธิจากการขายผู้เล่นในการกำหนดเพดานการใช้จ่าย
แหล่งรายได้หลักของสโมสรในพรีเมียร์ลีก มีดังต่อไปนี้
ใช่ รายได้เชิงพาณิชย์สามารถส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของสโมสรได้ เนื่องจากรายได้จากการเป็นสปอนเซอร์และพันธมิตรทางธุรกิจจะถูกนับรวมเป็นรายได้ที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลภายใต้กฎอัตราส่วนต้นทุนทีม ดีลสปอนเซอร์คาดอกเสื้อ (สายการบินเอทิฮัดที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เอมิเรตส์ ที่ อาร์เซนอล, เอไอเอที่ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์) แสดงให้เห็นถึงมูลค่าความร่วมมือในลีกนี้ โดยกฎการทำธุรกรรมกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันจะคอยตรวจสอบดีลกับบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับเจ้าของสโมสรและมูลค่าทางการตลาดที่ยุติธรรม รายได้เชิงพาณิชย์ที่สูงขึ้นจะช่วยเพิ่มฐานรายได้ที่ใช้กำหนดขีดจำกัดการใช้จ่าย 85%
สโมสรใน EPL สร้างรายได้ในวันแข่งขันผ่านการจำหน่ายตั๋ว แพ็กเกจการต้อนรับ การค้าปลีก ตลอดจนอาหารและเครื่องดื่มที่สนามเหย้า โดยความจุของสนามและยอดผู้ชมถือเป็นฐานสำคัญ ซึ่งทั้ง 20 สโมสรมีความจุรวมกันอยู่ที่ 822,365 ที่นั่ง ในฤดูกาล 2026 ถึง 2027 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 41,118 ที่นั่งต่อสโมสร และบันทึกยอดผู้ชมเฉลี่ยได้ 40,611 คนจาก 59 นัดที่ลงเล่น คิดเป็นอัตราส่วนการเข้าชมเกือบ 99% โดย โอลด์ แทรฟฟอร์ด ดึงดูดแฟนบอลได้ถึง 74,161 คนสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 และ บอร์นมัธ มียอดผู้ชม 11,135 คนในการเจอกับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2026
ใช่ จำนวนผู้เข้าชมในวันแข่งขันส่งผลกระทบต่อรายได้ของสโมสรอย่างแน่นอน เนื่องจากยอดจำหน่ายตั๋วเข้าชม แพ็กเกจรับรองพิเศษ และการใช้จ่ายในสนามเหย้าจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนแฟนบอล โดยในฤดูกาล 2026 ถึง 2027 มียอดผู้เข้าชมรวมทั้งสิ้น 2,396,067 คน จากนัดที่ลงเล่น 59 นัด ทั้งนี้ ความจุสนามถือเป็นปัจจัยที่จำกัดเพดานรายได้ดังกล่าว ซึ่ง บอร์นมัธ จุได้ 12,357 ที่นั่ง และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จุได้ 74,158 ที่นั่ง ขณะที่ แอสตัน วิลล่า และ บอร์นมัธ ได้ประกาศแผนการพัฒนาสนามเหย้าใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความจุและสร้างรายได้ในวันแข่งขันให้มากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป
กฎระเบียบทางการเงินที่บังคับใช้กับสโมสรใน EPL ประกอบด้วย กฎอัตราส่วนค่าใช้จ่ายทีม รวมถึงกฎความยั่งยืนและความยืดหยุ่นเชิงระบบ ซึ่งเริ่มนำมาใช้สำหรับฤดูกาล 2026 ถึง 2027 (สิงหาคมถึงพฤษภาคม) โดยกฎอัตราส่วนค่าใช้จ่ายทีมจะจำกัดเพดานการใช้จ่ายของทีมไว้ที่ 85% ของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลบวกกับกำไรหรือขาดทุนสุทธิจากการขายผู้เล่น ทั้งนี้ มีโควตาผ่อนปรนแบบหลายปีจำนวน 30% ที่อนุญาตให้ใช้จ่ายเกินเพดานได้ และการปรับเงินสำหรับการใช้จ่ายเกินกำหนดจะเริ่มต้นที่ 2027 ถึง 2028 ส่วนกฎความยั่งยืนได้เพิ่มการทดสอบ 3 ด้าน ได้แก่ เงินทุนหมุนเวียน สภาพคล่อง และส่วนของผู้ถือหุ้นที่เป็นบวก โดยมีเกณฑ์ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 90% ในช่วง 2026 ถึง 2027 ขณะที่สโมสรที่ลงเล่นในการแข่งขันของยูฟ่าจะต้องอยู่ภายใต้เพดานจำกัดที่ 70%
ใช่ สโมสรใน EPL ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการเงินเพื่อเป็นเงื่อนไขในการเป็นสมาชิกของพรีเมียร์ลีก โดยสโมสรที่ใช้จ่ายเกินเกณฑ์ 85%จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมปรับ และสโมสรที่เกินเกณฑ์ระดับสีแดงจะต้องเผชิญกับการลงโทษทางกีฬา น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ถูกตัด 4 คะแนน ในฤดูกาล 2023 ถึง 2024 (สิงหาคมถึงพฤษภาคม) และเอฟเวอร์ตันถูกตัดไป 8 คะแนนจากการทำผิดกฎ 2 ครั้งในฤดูกาลเดียวกัน ทางลีกได้ยืนยันกรอบการทำงานใหม่หลังจากการโหวต ซึ่งอัตราส่วนต้นทุนทีมได้รับเสียงเห็นชอบตรงเผงที่ 14 จากทั้งหมด 20 เสียงโหวต
ตลาดเดิมพันการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (EPL): ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง ผลการแข่งขัน และผลคะแนน
ตลาดเดิมพันการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (EPL): ตารางการแข่งขัน อัตราต่อรอง ผลการแข่งขัน และผลการแข่งขัน ครอบคลุมการแข่งขันทั้ง 380 นัดที่ลงเล่นของฤดูกาล…