สถิติฟุตบอลของดิเอโก มาราโดนา แสดงตัวเลข 345 ประตูอย่างเป็นทางการ จากการลงเล่น 680 นัดที่ลงสนาม ให้กับหกสโมสรและอาร์เจนตินา ตั้งแต่ปี 1976 ถึง 1997 สถิติฟุตบอลของดิเอโก มาราโดนา บันทึกว่ามี 259 นัดที่ลงสนาม และ 115 ประตู สำหรับนาโปลี, 58 นัดที่ลงสนาม และ 38 ประตู ให้กับบาร์เซโลนา 166 นัดที่ลงสนาม และ 116 ประตู กับอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส รวมถึง 91 นัดที่ลงสนาม และ 34 ประตู ในการเล่นให้อาร์เจนตินา มาราโดนาเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก สถิติด้านคลีนชีตและการเซฟจึงถูกบันทึกไว้ที่ศูนย์ มาราโดนารับบทกัปตันทีมนำทัพอาร์เจนตินา คว้าแชมป์บอลโลก 1986 และทำไปแปดประตูจาก 21 นัดที่ลงเล่น ในบอลโลก ทั้งแชมป์นาโปลี อัตราส่วนการทำประตู และผลงานในรายการแข่งขันปี 1986 ยังคงมีอิทธิพลต่อการวิเคราะห์คาดการณ์ในการ แทงบอล

สถิติฟุตบอลของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| หมวดหมู่ | ทีม หรือ การแข่งขัน | นัดที่ลงสนาม | ประตู | คลีนชีต | การเซฟ |
|---|---|---|---|---|---|
| สโมสร | อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส (1976 ถึง 1981) | 166 | 116 | 0 | 0 |
| สโมสร | โบคา จูเนียร์ส (1981, 1995 ถึง 1997) | 70 | 35 | 0 | 0 |
| สโมสร | บาร์เซโลนา (1982 ถึง 1984) | 58 | 38 | 0 | 0 |
| สโมสร | นาโปลี (1984 ถึง 1991) | 259 | 115 | 0 | 0 |
| สโมสร | เซบีย่า และนีเวลส์ โอลด์ บอยส์ (1992 ถึง 1994) | 31 | 5 | 0 | 0 |
| สโมสร | เกมบอลถ้วยที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด (1992 ถึง 1997) | 5 | 2 | 0 | 0 |
| รวมระดับสโมสร | นัดที่ลงเล่นอย่างเป็นทางการในระดับสโมสร | 589 | 311 | 0 | 0 |
| ระดับทีมชาติ | อาร์เจนตินา (1977 ถึง 1994) | 91 | 34 | 0 | 0 |
| รายการแข่งขัน | บอลโลก (1982 ถึง 1994) | 21 | 8 | 0 | 0 |
| จำนวนประตูรวม ตลอดอาชีพค้าแข้ง | การแข่งขัน อย่างเป็นทางการ | 680 | 345 | 0 | 0 |
| ข้อมูลการแข่งขัน | ประตูแรกในระดับอาชีพ วันที่ 14 พฤศจิกายน 1976 อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส พบ ซาน ลอเรนโซ | 1 | 2 | 0 | 0 |
| ข้อมูลการแข่งขัน | รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ปี 1986, อาร์เจนตินา 2 ถึง 1 อังกฤษ | 1 | 2 | 0 | 0 |
| ข้อมูลการแข่งขัน | นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ปี 1986, อาร์เจนตินา 3 ถึง 2 เยอรมนี ตะวันตก | 1 | 0 | 0 | 0 |
นาโปลี คว้าแชมป์เซเรียอา ได้สองสมัย (1986 ถึง 1987 และ 1989 ถึง 1990), แชมป์โคปปา อิตาเลีย ปี 1987 และแชมป์ยูฟ่า คัพ ปี 1989 ในยุคของมาราโดนา โดยมาราโดนายิงสองประตูในรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ปี 1986 ที่ชนะอังกฤษ สองต่อหนึ่ง ณ สนามเอสตาดิโอ อัซเตกา จากนั้นมาราโดนาทำเพิ่มอีกหนึ่งแอสซิสต์ในนัดชิงชนะเลิศปี 1986 ที่ชนะเยอรมนี ตะวันตก สามต่อสอง ทางด้านอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส คือสโมสรที่เขาทำสองประตูแรกในระดับอาชีพเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1976 ในเกมพบกับซาน ลอเรนโซ มาราโดนาแขวนสตั๊ดในปี 1997 ข้อมูลผลงานในช่วงหลังจึงสิ้นสุดลงในฤดูกาลสุดท้ายกับโบคา จูเนียร์ส
ดิเอโก มาราโดนา บันทึกสถิติอย่างเป็นทางการไว้ที่ 345 ประตู จาก 680 นัดที่ลงสนาม ระหว่างปี 1976 ถึง 1997 ตลอดการค้าแข้งกับ 6 สโมสร และ อาร์เจนตินา โดยทำผลงานกับ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ได้ 116 ประตู ใน 166 นัดที่ลงเล่น ซึ่งเป็น จำนวนประตูรวม กับ สโมสร ที่สูงที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขา ด้าน นาโปลี ยิงเพิ่มอีก 115 ประตู ใน 259 นัดที่ลงเล่น นับเป็น สถิติ ของ สโมสร จนถึงปี 2017 ขณะที่ อาร์เจนตินา ลงเล่นเกมระดับทีมชาติตั้งแต่ปี 1977 ถึง 1994 ทำไป 34 ประตู จาก 91 นัดที่ลงเล่น รวมถึงการลงเล่นฟุตบอลโลก 4 สมัยที่ยิงไป 8 ประตู จาก 21 นัดที่ลงสนาม ด้วยบทบาทเพลย์เมกเกอร์ทำให้ตัวเลข คลีนชีต และ การเซฟ อยู่ที่ 0 ทั้งนี้การค้าแข้งในยุโรปยังรวมถึงผลงาน ยิงได้ (ประตู) 38 ประตู ใน 58 นัดที่ลงเล่น ให้กับ เอฟซี บาร์เซโลนา ระหว่างปี 1982 ถึง 1984 จากนั้นช่วงเวลาต่อมาใน สเปน ทำได้ 7 ประตู จาก 29 นัดที่ลงเล่น ให้กับ เซบีย่า เอฟซี ส่วนเกมลีกภายในประเทศที่ อาร์เจนตินา ทำไป 31 ประตู ตลอด 71 เกมรวมทุกรายการให้ โบคา จูเนียร์ส ควบคู่ไปกับการลงสนาม 5 นัดแบบไร้สกอร์ให้ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์

สถิติตลอดอาชีพค้าแข้งของดิเอโก มาราโดนา มีสถิตินัดที่ลงสนามให้สโมสร 589 นัด และทำได้ 311 ประตูในระดับสโมสรตั้งแต่ปี 1976 ถึง 1997 โดยกับ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ทำสถิตินัดที่ลงสนามไป 166 นัด และยิงได้ 116 ประตูระหว่างปี 1976 ถึง 1981 ด้าน โบคา จูเนียร์ส เพิ่มสถิตินัดที่ลงสนามไปอีก 70 นัด พร้อมทำได้ 35 ประตูจากการเล่นสองช่วงเวลาในปี 1981 และช่วงปี 1995 ถึง 1997 ขณะที่ บาร์เซโลนา มีนัดที่ลงสนาม 58 นัด ยิงได้ 38 ประตูตั้งแต่ปี 1982 ถึง 1984 และ นาโปลี มีนัดที่ลงสนาม 259 นัด ทำได้ 115 ประตูระหว่างปี 1984 ถึง 1991 ทั้งนี้ นัดที่ลงเล่นของ อาร์เจนตินา จะแยกอยู่ในตารางระดับทีมชาติ ดังนั้นจำนวนประตูรวมระดับสโมสรจึงไม่รวมนัดที่ลงสนาม 91 นัด และ 34 ประตู
สถิติตลอดอาชีพค้าแข้งของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| ทีม | ปี | นัดที่ลงสนาม | ลีก (ประตู) | ระดับทวีป (ประตู) | ฟุตบอลถ้วยและรายการอื่น ๆ (ประตู) | จำนวนประตูรวม |
|---|---|---|---|---|---|---|
| อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | 1976 - 1981 | 166 | 116 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | 116 |
| โบคา จูเนียร์ส | 1981, 1995 ถึง 1997 | 70 | 35 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | 35 |
| บาร์เซโลนา | 1982 - 1984 | 58 | 22 | 8 | 8 | 38 |
| นาโปลี | 1984 - 1991 | 259 | 81 | รวมอยู่ในฟุตบอลถ้วยและรายการอื่น ๆ | 34 | 115 |
| เซบีย่า และ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ | 1992 - 1994 | 31 | 5 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | 5 |
| ฟุตบอลถ้วยที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด | 1992 - 1997 | 5 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | 2 | 2 |
| รวมระดับสโมสร | 1976 - 1997 | 589 | 259 | 8 (บาร์เซโลนา เท่านั้น) | 44 | 311 |
สถิติรายฤดูกาลของดิเอโก มาราโดนา แสดงให้เห็นถึงช่วงปีที่ทำประตูได้ถล่มทลายที่สุดกับ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส โดยใน ฤดูกาล 1980 เขาทำได้ 43 ประตู จากการลงเล่น 45 นัดที่ลงเล่น และใน ฤดูกาล 1979 ทำได้ 26 ประตู จาก 26 นัดที่ลงเล่น ส่วนกับ โบคา จูเนียร์ส ยิงได้ 28 ประตู จาก 40 นัดที่ลงเล่น ในปี 1981 ทั้งนี้ไม่มีข้อมูลจำนวนนาทีที่ลงเล่นสำหรับ นัดที่ลงเล่น ส่วนใหญ่ และสถิติคลีนชีตไม่สามารถนำมาใช้กับผู้เล่นตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ได้
สถิติรายฤดูกาลของดิเอโก มาราโดนา แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
| ฤดูกาล | ทีม | รายการแข่งขัน | นัดที่ลงสนาม | นาที | ประตู | คลีนชีต | การเซฟ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1976 | อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | ปริเมรา ดิบิซิออน | 11 | ไม่มีข้อมูล | 2 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1977 | อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | ปริเมรา ดิบิซิออน | 49 | ไม่มีข้อมูล | 19 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1978 | อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | ปริเมรา ดิบิซิออน | 35 | ไม่มีข้อมูล | 26 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1979 | อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | ปริเมรา ดิบิซิออน | 26 | ไม่มีข้อมูล | 26 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1980 | อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | ปริเมรา ดิบิซิออน | 45 | ไม่มีข้อมูล | 43 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1981 | โบคา จูเนียร์ส | ปริเมรา ดิบิซิออน | 40 | ไม่มีข้อมูล | 28 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1982 ถึง 1983 | บาร์เซโลนา | ทุก รายการแข่งขัน | 35 | ไม่มีข้อมูล | 23 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1983 ถึง 1984 | บาร์เซโลนา | ทุก รายการแข่งขัน | 23 | ไม่มีข้อมูล | 15 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1984 ถึง 1991 | นาโปลี | ทุก รายการแข่งขัน | 259 | ไม่มีข้อมูล | 115 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1992 ถึง 1993 | เซบีย่า | ลาลีกา | 26 | ไม่มีข้อมูล | 5 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1993 ถึง 1994 | นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ | ปริเมรา ดิบิซิออน | 5 | ไม่มีข้อมูล | 0 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1995 ถึง 1997 | โบคา จูเนียร์ส | ปริเมรา ดิบิซิออน | 30 | ไม่มีข้อมูล | 7 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
สถิติประตู และ แอสซิสต์ ของดิเอโก มาราโดนา บันทึกไว้ที่ 345 ประตู จากการลงเล่นแมตช์ทางการ 680 นัดที่ลงเล่น ระหว่างปี 1976 ถึง 1997 การลงเล่นในระดับ สโมสร ยิงได้ 311 ประตู จาก 589 นัดที่ลงเล่น ตลอดช่วงเวลาค้าแข้งกับ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส, โบคา จูเนียร์ส, เอฟซี บาร์เซโลนา, นาโปลี, เซบีย่า เอฟซี และ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ขณะที่เกมระดับนานาชาติกับ อาร์เจนตินา ทำได้ 34 ประตู จากการลง นัดที่ลงสนาม อย่างเป็นทางการ 91 นัด แม้จะไม่มีการบันทึกสถิติ แอสซิสต์ อย่างสมบูรณ์ในฟุตบอล ลีก ช่วงแรกของเขา แต่ใน รายการแข่งขัน ระดับนานาชาติชั้นนำมีสถิติการสร้างสรรค์เกมที่ครบถ้วน โดยเฉพาะในฟุตบอลโลก 1986 (พฤษภาคม ถึง มิถุนายน) ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีการบันทึกข้อมูลไว้อย่างละเอียดที่สุด ยอดเพลย์เมกเกอร์รายนี้ยิงไป 5 ประตู และทำอีก 5 แอสซิสต์ จากการลง นัดที่ลงสนาม 7 นัด พาทีมคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ
สถิติประตูและแอสซิสต์ ของดิเอโก มาราโดนา แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
| รายการแข่งขัน | นัดที่ลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ |
|---|---|---|---|
| นัดที่ลงเล่น ระดับ สโมสร | 589 | 311 | ไม่มีข้อมูล |
| นัดที่ลงเล่น ของ อาร์เจนตินา | 91 | 34 | ไม่มีข้อมูล |
| 1986 ฟุตบอลโลก | 7 | 5 | 5 |
| จำนวนประตูรวม ตลอดอาชีพ | 680 | 345 | ไม่มีข้อมูล |
ข้อมูลนัดที่ลงสนามและจำนวนนัดที่ลงเล่นของดิเอโก มาราโดนา มีการบันทึกไว้ว่าเขาลงเล่นอย่างเป็นทางการ 680 นัดที่ลงสนาม ตั้งแต่ปี 1976 ถึง 1997 อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส เป็นสโมสรแรกในระดับอาชีพ โดยลงเล่น 166 นัดในลีก ตั้งแต่ปี 1976 ถึง 1980 โบคา จูเนียร์ส เพิ่มสถิติอีกเจ็ดสิบนัดที่ลงสนามในลีกจากการค้าแข้งสองช่วงเวลา โดยช่วงแรกอยู่ในฤดูกาล 1981 (กุมภาพันธ์ถึงพฤศจิกายน) และช่วงต่อมาระหว่างปี 1995 ถึง 1997 การย้ายไปเล่นในยุโรปเริ่มต้นกับ เอฟซี บาร์เซโลนา โดยลงแข่ง 36 นัดในลีก ควบคู่กับเกมบอลถ้วย 22 นัด ตั้งแต่ปี 1982 ถึง 1984 สโมสรฟุตบอล นาโปลี ถือเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร โดยลงเล่น 188 นัดใน เซเรียอา พร้อมด้วยเกมบอลถ้วยในประเทศและรายการแข่งขันระดับทวีปอีก 71 นัด ตั้งแต่ปี 1984 ถึง 1991 ช่วงท้ายอาชีพค้าแข้ง เขาลงเล่น 26 นัดในลีก ยิงได้ (ประตู) ให้กับ เซบีย่า เอฟซี ในช่วงฤดูกาล 1992 ถึง 1993 ตามด้วยการลงเล่นในลีกห้านัดที่ลงสนามให้กับ นีเวลส์ โอลด์ บอยส์ ส่วนสถิติระดับทีมชาตินั้น บันทึกไว้ว่าเขาลงเล่น 91 นัดให้กับทีมฟุตบอลทีมชาติ อาร์เจนตินา ซึ่งรวมถึง 21 นัดที่ลงเล่น จากการแข่งขัน ฟุตบอลโลก สี่สมัย ตั้งแต่ปี 1982 ถึง 1994
สถิตินัดที่ลงสนามและจำนวนนัดที่ลงเล่นของดิเอโก มาราโดนา แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
| ทีม | นัดที่ลงเล่นในลีกอย่างเป็นทางการ | นัดที่ลงสนามในฟุตบอลถ้วยและรายการแข่งขัน | จำนวนนัดที่ลงสนามทางการ ทั้งหมด |
|---|---|---|---|
| อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | 166 | 0 | 166 |
| โบคา จูเนียร์ส | 70 | 0 | 70 |
| บาร์เซโลนา | 36 | 22 | 58 |
| นาโปลี | 188 | 71 | 259 |
| เซบีย่า และ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ | 31 | 0 | 31 |
| ฟุตบอลถ้วยไม่ได้ระบุรายละเอียดแยกไว้ | 0 | 5 | 5 |
| อาร์เจนตินา | 0 | 91 | 91 |
| สถิติรวมตลอดอาชีพ | 491 | 189 | 680 |
บันทึกจำนวนนาทีที่ลงแข่งและนัดที่ลงสนามเป็นตัวจริงของดิเอโก มาราโดนา นั้นไม่มีข้อมูลสำหรับนัดที่ลงเล่นให้สโมสรส่วนใหญ่ บันทึกจากรายการแข่งขันเมื่อปี 1982 แสดงให้เห็นว่าเขาลงสนามเป็นตัวจริงห้านัดในการลุยศึกครั้งแรกที่ สเปน การลงเล่นนัดสุดท้ายที่พบกับ บราซิล จบลงก่อนเวลาห้านาทีเนื่องจากโดนใบแดงโดยตรง เส้นทางสู่การคว้าแชมป์ครั้งประวัติศาสตร์ในปี 1986 (พฤษภาคมถึงมิถุนายน) แสดงให้เห็นถึงความทนทานของร่างกายในจุดสูงสุด โดยลงสนามเป็นตัวจริงเจ็ดนัดและลงเล่นไป 630 นาที เพลย์เมกเกอร์รายนี้ลงเล่นครบทุกนาทีตลอดรายการแข่งขันโดยไม่มีการเปลี่ยนตัวตามแท็กติกเพื่อคว้าเหรียญทองมาครอง อาการบาดเจ็บข้อเท้าอย่างรุนแรงส่งผลต่อการแข่งขันในครั้งถัดมาเมื่อปี 1990 (มิถุนายน) ซึ่งบีบให้กัปตันทีมต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์อย่างเข้มข้นด้วยการใช้ยาแก้ปวดเพื่อให้อยู่ในสนามต่อไปได้ บทสุดท้ายในเวทีระดับนานาชาติเมื่อปี 1994 (มิถุนายน) ปิดฉากลงก่อนกำหนดหลังจากลงสนามเป็นตัวจริงไปสองนัด ภายหลังการถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
จำนวนนาทีที่ลงแข่งและนัดที่ลงสนามเป็นตัวจริงของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| รายการแข่งขัน | การลงเล่นเป็นตัวจริง | นาทีที่ลงเล่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 1982 ฟุตบอลโลก | 5 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีการเปลี่ยนตัว โดนไล่ออกในนัดพบ บราซิล |
| 1986 ฟุตบอลโลก | 7 | 630 | ทุกนาทีของทุกการแข่งขัน |
| 1990 ฟุตบอลโลก | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | อาการบาดเจ็บข้อเท้าที่ต้องรักษาด้วยยาแก้ปวด |
| 1994 ฟุตบอลโลก | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ถูกตัดสิทธิ์หลังผ่านไปสองนัดที่ลงเล่น |
สถิติระดับสโมสรตลอดอาชีพของดิเอโก มาราโดนา บันทึกสถิตินัดที่ลงสนามอย่างเป็นทางการให้กับสโมสรไว้ที่ 589 นัด และยิงได้ 311 ประตูในระดับสโมสรตั้งแต่ปี 1976 ถึง 1997 โดยอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส คือสโมสรที่เป็นจุดเริ่มต้นการพัฒนาในระดับอาชีพ ซึ่งเขายิงได้ 116 ประตู จากการลงเล่น 166 นัด ในช่วงปี 1976 ถึง 1980 จากนั้นกับโบคา จูเนียร์ส เขายิงเพิ่มอีก 28 ประตู จากการลงสนามในลีก 40 นัด ในฤดูกาล 1981 (กุมภาพันธ์ถึงพฤศจิกายน) การย้ายไปค้าแข้งในยุโรปเริ่มต้นกับ เอฟซี บาร์เซโลนา โดยทำได้ 38 ประตู จากการลงเล่นอย่างเป็นทางการ 58 นัด ในช่วงปี 1982 ถึง 1984. สโมสรโซเชียตา สปอร์ตีวา กัลโช นาโปลี ถือเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับสโมสรของเขา ซึ่งทำไป 115 ประตู จากจำนวนนัดทั้งหมด 259 เกม ในช่วงปี 1984 ถึง 1991 ในช่วงท้ายของอาชีพค้าแข้ง เขายิงได้เจ็ดประตูจากการลงเล่น 29 นัด ยิงได้ (ประตู) เซบีย่า เอฟซี ในช่วงฤดูกาล 1992 ถึง 1993 ตามด้วยการลงสนามห้านัดโดยทำประตูไม่ได้ให้กับนีเวลส์ โอลด์ บอยส์ การกลับมาเล่นให้โบคา จูเนียร์ส เป็นครั้งสุดท้ายตั้งแต่ปี 1995 ถึง 1997 เขายิงเพิ่มได้อีกเจ็ดประตูจาก 31 เกม เพื่อปิดฉากสถิติการเล่นระดับสโมสรอย่างสมบูรณ์

สถิติของดิเอโก มาราโดนา กับนาโปลี ยืนยันผลงาน 115 ประตู จาก 259 นัดที่ลงสนาม ตลอดเจ็ดฤดูกาลตั้งแต่ 1984 ถึง 1991 โดย โซชีเอตา สปอร์ตีวา กัลโช นาโปลี บันทึกความสำเร็จประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์ ลีก เซเรียอา สองสมัยใน ฤดูกาล 1986 ถึง 1987 (กันยายนถึงพฤษภาคม) และ ฤดูกาล 1989 ถึง 1990 (สิงหาคมถึงเมษายน) ส่วนในเวทีระดับทวีปสามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่าคัพ ฤดูกาล 1988 ถึง 1989 โดยมีประตูสำคัญจากเพลย์เมกเกอร์รายนี้ใน นัด ชิงชนะเลิศ ขณะที่ฟุตบอลถ้วยในประเทศปิดฉากด้วยแชมป์ โกปปาอีตาเลีย ปี 1987 ซึ่งทำให้ สโมสร คว้าดับเบิลแชมป์ในประเทศครั้งประวัติศาสตร์ ทั้งนี้เพลย์เมกเกอร์จอมถล่มประตูทำได้ 115 ประตู จากเกมทั้งหมด 259 นัด โดยรักษาค่าเฉลี่ยไว้ที่ 16.4 ประตู ต่อ ฤดูกาล จากทุก รายการแข่งขัน
สถิติของดิเอโก มาราโดนา กับนาโปลี แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| รายการแข่งขัน | ฤดูกาล | นัดที่ลงสนาม | ประตู |
|---|---|---|---|
| เซเรียอา | 1984 - 1991 | 188 | 81 |
| โกปปาอีตาเลีย, ยูโรเปียนคัพ และ อิตาเลียนซูเปอร์คัพ | 1984 - 1991 | 71 | 34 |
| จำนวนประตูรวมอย่างเป็นทางการ | 1984 - 1991 | 259 | 115 |
สถิติของดิเอโก มาราโดนา กับบาร์เซโลนา ยืนยันผลงาน 38 ประตู จาก 58 นัดที่ลงสนาม ตลอดสองฤดูกาลตั้งแต่ 1982 ถึง 1984 โดยช่วงเริ่มต้นใน ฤดูกาล 1982 ถึง 1983 (กันยายนถึงพฤษภาคม) จบลงด้วยการคว้าแชมป์ โกปาเดลเรย์ ซึ่งรวมถึงชัยชนะครั้งสำคัญเหนือนัดชิงชนะเลิศกับ เรอัล มาดริด จากนั้นการลงเล่นใน รายการแข่งขัน โกปาเดลาลีกา ทำได้สี่ประตูจากการลงเล่นหกนัด ช่วยพาสโมสรแห่งแคว้นกาตาลุญญาคว้าอีกหนึ่งถ้วยรางวัลในประเทศ แม้ปัญหาด้านสุขภาพที่รุนแรงจะส่งผลต่อช่วงเวลาค้าแข้ง ทำให้เพลย์เมกเกอร์รายนี้พลาด นัด ลงเล่นใน ลีก ไปหลายเกมจากอาการป่วยด้วยโรคตับอักเสบและอาการข้อเท้าหักอย่างรุนแรง แต่กองหน้าจอมถล่มประตูยังคงรักษาค่าเฉลี่ยการทำประตูระดับสูงไว้ได้ท่ามกลางอุปสรรคทางร่างกาย โดยทำได้ 38 ประตู จากเกมทั้งหมด 58 นัด ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีม อิตาลี
สถิติของดิเอโก มาราโดนา กับบาร์เซโลนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| รายการแข่งขัน | นัดที่ลงสนาม | ประตู |
|---|---|---|
| ลาลีกา | 36 | 22 |
| โกปาเดลเรย์ | 9 | 4 |
| ยูโรเปียนคัพวินเนอร์สคัพ | 7 | 8 |
| โกปาเดลาลีกา | 6 | 4 |
| จำนวนประตูรวมอย่างเป็นทางการ | 58 | 38 |
ข้อมูลบันทึก ประตู และ นัดที่ลงสนาม ระดับ สโมสร ของดิเอโก มาราโดนา ยืนยันการทำได้ 311 ประตู อย่างเป็นทางการ จากการลงเล่นให้ สโมสร ทั้งหมด 589 นัดที่ลงสนาม ระหว่างปี 1976 ถึง 1997 โดย อาร์เฆนติโนส จูเนียร์ส เป็น สโมสร ที่บ่มเพาะฝีเท้าระดับอาชีพช่วงแรก ซึ่งเขาทำได้ 116 ประตู จาก 166 นัดที่ลงเล่น ระหว่างปี 1976 ถึง 1981 (ตุลาคมถึงกุมภาพันธ์) ด้าน โบคา จูเนียร์ส มีสถิติเพิ่มอีก 35 ประตู จาก 70 นัดที่ลงสนาม ในการแข่งขันจริงตลอดสองช่วงเวลาที่ค้าแข้ง เริ่มจาก ฤดูกาล 1981 และต่อมาในช่วงปี 1995 ถึง 1997 สำหรับการย้ายไปเล่นในยุโรปเริ่มต้นกับ เอฟซี บาร์เซโลนา ซึ่งทำได้ 38 ประตู จากการลงเล่นอย่างเป็นทางการ 58 นัดที่ลงเล่น ระหว่างปี 1982 ถึง 1984 ขณะที่ โซชีเอตา สปอร์ตีวา กัลโช นาโปลี นับเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดในระดับ สโมสร ด้วยผลงาน 115 ประตู จากเกมทั้งหมด 259 นัด ในช่วงปี 1984 ถึง 1991 ส่วนช่วงท้ายของอาชีพค้าแข้งทำได้ห้าประตูจาก 31 เกมที่ลงเล่นให้ เซบีย่า เอฟซี และ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ในช่วง 1992 ถึง 1994 นอกจากนี้ยังมีฟุตบอลถ้วยที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดอีกสองประตูจากการลงเล่นห้านัดระหว่างปี 1992 ถึง 1997 ซึ่งช่วยเติมเต็มสถิติรวมระดับ สโมสร ทั้งหมด
ประตูและนัดที่ลงสนามระดับสโมสรของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| สโมสร | ปี | นัดที่ลงสนามในเกมการแข่งขันจริง | ประตูอย่างเป็นทางการ |
|---|---|---|---|
| อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | 1976 - 1981 | 166 | 116 |
| โบคา จูเนียร์ส | 1981, 1995 ถึง 1997 | 70 | 35 |
| บาร์เซโลนา | 1982 - 1984 | 58 | 38 |
| นาโปลี | 1984 - 1991 | 259 | 115 |
| เซบีย่า และ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ | 1992 - 1994 | 31 | 5 |
| ฟุตบอลถ้วยที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด | 1992 - 1997 | 5 | 2 |
| จำนวนประตูรวม | 1976 - 1997 | 589 | 311 |
บันทึก นัดที่ลงเล่น และการลงเล่นเป็นตัวจริงระดับสโมสรของดิเอโก มาราโดนา ไม่มีข้อมูลสำหรับโปรแกรมส่วนใหญ่ โดยการประเดิมสนามระดับอาชีพเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 1976 ในการพบกับ ตาเยเรส เด กอร์โดบา เป็นการลงเล่นในฐานะตัวสำรองด้วยวัย 15 ปี พร้อมสวมเสื้อหมายเลข 16 เส้นทางระดับอาชีพครั้งประวัติศาสตร์กับ อาร์เฆนติโนส จูเนียร์ส เริ่มต้นขึ้นใน ฤดูกาล 1976 (ตุลาคมถึงธันวาคม) โดยมีสถิติ 166 นัดที่ลงสนาม ก่อนจะย้ายไปยัง โบคา จูเนียร์ส ส่วนการค้าแข้งในยุโรปมีสถิติ 58 นัดที่ลงสนาม ให้กับ เอฟซี บาร์เซโลนา ตั้งแต่ปี 1982 ถึง 1984 ตามด้วย 259 นัดที่ลงเล่น ให้กับ โซชีเอตา สปอร์ตีวา กัลโช นาโปลี ขณะที่ช่วงปลายอาชีพค้าแข้งระหว่างปี 1992 ถึง 1994 ลงเล่นรวมกัน 31 เกมให้กับ เซบีย่า เอฟซี และ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ทั้งนี้รายชื่อผู้เล่นตัวจริงและการเปลี่ยนตัวในลีกยุคแรกยังไม่สามารถยืนยันได้เนื่องจากข้อมูลประวัติศาสตร์ยังไม่สมบูรณ์
นัดที่ลงเล่นและการลงเล่นเป็นตัวจริงระดับสโมสรของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| ทีม | จำนวนนัดที่ลงเล่น | ตัวจริง | นัดที่ลงสนามในฐานะตัวสำรอง |
|---|---|---|---|
| อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | 166 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| โบคา จูเนียร์ส | 70 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| บาร์เซโลนา | 58 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| นาโปลี | 259 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| เซบีย่า และ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ | 31 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| จำนวนประตูรวม สโมสร | 584 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ข้อมูลถ้วยรางวัลและตำแหน่งแชมป์ระดับสโมสรของดิเอโก มาราโดนา ยืนยันการคว้าแชมป์อย่างเป็นทางการแปดรายการระหว่างปี 1981 ถึง 1990 โดยเป็นแชมป์กับ นาโปลี ห้ารายการ, บาร์เซโลนา สองรายการ และ โบคา จูเนียร์ส หนึ่งรายการ ความสำเร็จแรกเริ่มขึ้นกับ โบคา จูเนียร์ส ด้วยการคว้าแชมป์ ปริเมราดียิซิออน อาร์เจนตินา ใน ฤดูกาล 1981 (เมโทรโปลิตาโน่) จากนั้นการย้ายไปยุโรปนำมาซึ่งความสำเร็จในฟุตบอลถ้วยทันทีกับ เอฟซี บาร์เซโลนา ด้วยการคว้าแชมป์ โกปาเดลเรย์ และ โกปาเดลาลีกา ใน ฤดูกาล 1982 ถึง 1983 ด้าน โซชีเอตา สปอร์ตีวา กัลโช นาโปลี เป็นยุคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ด้วยการคว้าแชมป์ ลีก เซเรียอา สองสมัยใน ฤดูกาล 1986 ถึง 1987 (กัลโช) และ ฤดูกาล 1989 ถึง 1990 นอกจากนี้ความยิ่งใหญ่ในประเทศ อิตาลี ยังรวมถึงแชมป์ โกปปาอีตาเลีย ปี 1987 และ อิตาเลียนซูเปอร์คัพ ปี 1990 ปิดท้ายด้วยความสำเร็จระดับทวีปใน ยูฟ่าคัพ ฤดูกาล 1988 ถึง 1989 ทำให้เขาคว้าเหรียญแชมป์รายการสำคัญอย่างเป็นทางการรวมทั้งหมดแปดเหรียญ
ถ้วยรางวัลและตำแหน่งแชมป์ระดับสโมสรของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| ทีม | รายการแข่งขัน | แชมป์ที่คว้าได้ | ปีที่ได้แชมป์ |
|---|---|---|---|
| โบคา จูเนียร์ส | ปริเมราดียิซิออน อาร์เจนตินา | 1 | 1981 |
| บาร์เซโลนา | โกปาเดลเรย์ | 1 | 1983 |
| บาร์เซโลนา | โกปาเดลาลีกา | 1 | 1983 |
| นาโปลี | เซเรียอา | 2 | 1986 ถึง 1987, 1989 ถึง 1990 |
| นาโปลี | โกปปาอีตาเลีย | 1 | 1986 - 1987 |
| นาโปลี | ยูฟ่าคัพ | 1 | 1988 - 1989 |
| นาโปลี | อิตาเลียนซูเปอร์คัพ | 1 | 1990 |
| จำนวนประตูรวมสโมสร | แชมป์อย่างเป็นทางการ | 8 | 1981 - 1990 |
สถิติระดับทีมชาติของ ดิเอโก มาราโดนา บันทึกการลงสนามอย่างเป็นทางการ 91 นัด และทำได้ 34 ประตูให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา ตั้งแต่ปี 1977 ถึง 1994 หมุดหมายระดับชาติครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่างการลงเล่นเดบิวต์ทีมชาติชุดใหญ่ในขณะที่มีอายุเพียง 16 ปี โดยพบกับฮังการี ในฤดูกาล 1977 (กุมภาพันธ์) การลงเล่นในศึกการแข่งขันอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา ประกอบด้วยการลงสนาม 21 นัด จากการเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลก 4 สมัยติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 1982 ถึง 1994 การแข่งขันฤดูกาลประวัติศาสตร์ชุดคว้าแชมป์ในปี 1986 (พฤษภาคม ถึง มิถุนายน) ถือเป็นจุดสูงสุดในอาชีพของเขา โดยทำไป 5 ประตู และ 5 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 7 นัด เพื่อพาทีมคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ การลงเล่นในรายการแข่งขันเพิ่มเติม รวมไปถึงการลงสนาม 12 นัด จากการแข่งขันฟุตบอลถ้วยโคปาอเมริกา 3 สมัย แยกกันระหว่างปี 1979 ถึง 1989 เพลย์เมกเกอร์ระดับตำนานปิดฉากการรับใช้ชาติด้วยผลงาน 34 ประตูอย่างเป็นทางการ จากการติดทีมชาติรวม 91 นัด โดยรักษายอดเฉลี่ยการทำประตูระดับปรากฏการณ์ที่ 0.37 ประตูต่อนัดบนเวทีระดับโลก
สถิติทีมชาติอาร์เจนตินาของดิเอโก มาราโดนา ยืนยันผลงาน 34 ประตู จากการลงเล่น 91 นัดที่ลงสนาม ระหว่างปี 1977 ถึง 1994. หมุดหมายสำคัญแรกเกิดขึ้นในการประเดิมสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 16 ปี ในการพบกับ ฮังการี ในฤดูกาล 1977 (กุมภาพันธ์) ส่วนช่วงการแข่งขันรายการเมเจอร์ถัดมา เขาได้ลงเล่น 21 นัดที่ลงสนาม ในศึก ฟุตบอลโลก 4 สมัยติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 1982 ถึง 1994. เส้นทางสู่การคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 1986 (พฤษภาคม ถึง มิถุนายน) ถือเป็นจุดสูงสุดในอาชีพของเขา โดยทำไปถึง 5 ประตู และ 5 แอสซิสต์ พาทีมคว้าแชมป์โลก ขณะที่สถิติในรายการระดับทวีป เขาลงเล่น 12 นัดที่ลงสนาม ในศึก โคปาอเมริกา 3 สมัย ตั้งแต่ปี 1979 ถึง 1989 และทำได้ 4 ประตู บทสรุปตัวเลขสถิติระดับทีมชาติทั้งหมดจบลงที่ 34 ประตู จากการติดทีมชาติทั้งหมด 91 นัด คิดเป็นค่าเฉลี่ยการทำประตูที่ยอดเยี่ยมถึง 0.37 ประตูต่อเกม สำหรับทีมชาติของเขา
สถิติทีมชาติอาร์เจนตินา ของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| รายการแข่งขัน | นัดที่ลงสนาม | ประตู |
|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก | 21 | 8 |
| โคปาอเมริกา (1979 และ 1987) | 6 | 4 |
| รอบคัดเลือก, กระชับมิตร และฟุตบอลถ้วยรายการอื่น ๆ (รวม 1989 โคปาอเมริกา) | 64 | 22 |
| จำนวนประตูรวมอย่างเป็นทางการ | 91 | 34 |
สถิติฟุตบอลโลกของดิเอโก มาราโดนา ยืนยันผลงาน 8 ประตู จาก 21 นัดที่ลงเล่น ในการแข่งขัน 4 ทัวร์นาเมนต์ ตั้งแต่ปี 1982 ถึง 1994 การลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกในฤดูกาล 1982 (มิถุนายน ถึง กรกฎาคม) เขาทำได้ 2 ประตูในการพบกับ ฮังการี จากการออกสตาร์ตเป็นตัวจริง 5 นัดใน สเปน ส่วนทัวร์นาเมนต์แห่งประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 1986 (พฤษภาคม ถึง มิถุนายน) นับเป็นจุดสูงสุดในอาชีพค้าแข้งของเขา ด้วยผลงาน 5 ประตู และ 5 แอสซิสต์ จากการลงสนามครบทั้ง 7 นัดใน เม็กซิโก ขณะที่การสวมปลอกแขนกัปตันทีมในฤดูกาล 1990 (มิถุนายน ถึง กรกฎาคม) เขาลงสนามไป 7 นัด พาทีมชาติทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้แม้จะมีอาการบาดเจ็บข้อเท้าอย่างรุนแรง และการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติครั้งสุดท้ายในฤดูกาล 1994 (มิถุนายน) เขาทำเพิ่มได้ 1 ประตู จากการลงสนาม 2 นัด ก่อนจะถูกขับออกจากการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการยุติบันทึกสถิติของเขา ตัวเลขสถิติรวมแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในฐานะเพลย์เมกเกอร์ชั้นยอด โดยทำไปทั้งหมด 8 ประตู, 8 แอสซิสต์ และสร้างโอกาส 66 ครั้ง จากการลงสนาม 21 นัดใน ฟุตบอลโลก
สถิติฟุตบอลโลกของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| ปีที่แข่งขัน | นัดที่ลงสนามในรายการแข่งขัน | ประตูที่ทำได้ในรายการแข่งขัน | ผลงานในรายการแข่งขัน |
|---|---|---|---|
| 1982 | 5 | 2 | รอบสอง |
| 1986 | 7 | 5 | แชมป์ |
| 1990 | 7 | 0 | รองแชมป์ |
| 1994 | 2 | 1 | รอบ 16 ทีมสุดท้าย (ถูกขับออกจากการแข่งขันหลังผ่านไปสองนัด) |
| จำนวนประตูรวม | 21 | 8 | 1 แชมป์ |
ข้อมูลประตูและนัดที่ลงสนามในฟุตบอลโลก ของดิเอโก มาราโดนา บันทึกสถิติการทำประตูในทัวร์นาเมนต์ปี 1982, 1986 และ 1994 โดยในรอบก่อนรองชนะเลิศปี 1986 ที่พบกับ อังกฤษ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน เขาทำได้ 2 ประตูภายในเวลาเพียง 4 นาที ส่วนในรอบรองชนะเลิศกับ เบลเยียม เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน เขายิงเพิ่มได้อีก 2 ประตู และในรอบชิงชนะเลิศกับเยอรมนีตะวันตก เยอรมนี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน เขาเป็นผู้ทำแอสซิสต์ประตูชัยในนาทีที่ 84
ประตูและนัดที่ลงสนามในฟุตบอลโลก ของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| วันที่ | คู่แข่ง | รอบ | ประตู | แอสซิสต์ | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 18 มิถุนายน 1982 | ฮังการี | รอบแบ่งกลุ่ม | 2 | 0 | ชนะ 4 ต่อ 1 |
| 5 มิถุนายน 1986 | อิตาลี | รอบแบ่งกลุ่ม | 1 | 0 | เสมอ 1 ต่อ 1 |
| 22 มิถุนายน 1986 | อังกฤษ | รอบก่อนรองชนะเลิศ | 2 | 0 | ชนะ 2 ต่อ 1 |
| 25 มิถุนายน 1986 | เบลเยียม | รอบรองชนะเลิศ | 2 | 0 | ชนะ 2 ต่อ 0 |
| 29 มิถุนายน 1986 | เยอรมนี ตะวันตก | รอบชิงชนะเลิศ | 0 | 1 | ชนะ 3 ต่อ 2 |
| 21 มิถุนายน 1994 | กรีซ | รอบแบ่งกลุ่ม | 1 | 0 | ชนะ 4 ต่อ 0 |
สถิติในโคปาอเมริกา ของดิเอโก มาราโดนา ยืนยันผลงาน 4 ประตู จาก 6 นัดที่ลงเล่น ในการแข่งขันปี 1979 และ 1987 โดยการลงเล่นในศึกชิงแชมป์ทวีปครั้งแรกในฤดูกาล 1979 (กรกฎาคม ถึง สิงหาคม) เขาทำได้ 1 ประตู จากการลงสนามในรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัด ก่อนจะตกรอบแรก ต่อมาในการลงเล่นทัวร์นาเมนต์ฤดูกาล 1987 (มิถุนายน ถึง กรกฎาคม) เขายิงได้ 3 ประตู จาก 4 นัดในบ้านเกิด โดยจบลงด้วยการพ่ายแพ้ในรอบรองชนะเลิศ และในทัวร์นาเมนต์ระดับทวีปครั้งสุดท้ายในฤดูกาล 1989 (กรกฎาคม) เขาลงเล่นเพิ่มอีก 6 นัดใน บราซิล พาทีมคว้าอันดับสาม สำหรับข้อมูลสถิติรายบุคคลฉบับสมบูรณ์ในชุดปี 1989 ยังคงถูกจัดหมวดหมู่ไว้ในชุดข้อมูลฟุตบอลถ้วยระดับนานาชาติทั่วไป เนื่องจากความแตกต่างของวิธีการจัดเก็บเอกสารในอดีต บันทึกที่ได้รับการยืนยันระบุสถิติพื้นฐานเอาไว้ที่ 4 ประตู จาก 6 นัดหลักที่มีการบันทึกสถิติในกรอบการแข่งขันระดับทวีปของ โคปาอเมริกา
สถิติโคปาอเมริกาของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| ปีที่แข่งขัน | นัดที่ลงสนามในรายการแข่งขัน | ประตูที่ทำได้ในรายการแข่งขัน | ผลงานในรายการแข่งขัน |
|---|---|---|---|
| 1979 | 2 | 1 | ตกรอบแรก |
| 1987 (อาร์เจนตินา) | 4 | 3 | แพ้ในรอบรองชนะเลิศ |
| 1989 (บราซิล) | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | อันดับสาม |
| จำนวนประตูรวมที่มีการบันทึกไว้ | 6 | 4 | 1989 ถูกรวมไว้ในฟุตบอลถ้วยรายการอื่น ๆ |
ข้อมูลประตูและแอสซิสต์ในระดับทีมชาติของดิเอโก มาราโดนา บันทึกผลงานไว้ที่ 34 ประตู จากการลงเล่น 91 นัดที่ลงสนาม ให้กับ อาร์เจนตินา โดยการแข่งขันในฟุตบอลโลก ทำไปได้ 8 ประตู และมีบันทึกการทำแอสซิสต์ 9 ครั้ง ซึ่งในทัวร์นาเมนต์ปี 1986 เขาทำไปถึง 5 แอสซิสต์ และมาราโดนามีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นการยิงเองหรือแอสซิสต์ถึง 10 จาก 14 ประตูของ อาร์เจนตินา ส่วนในนัดปี 1994 ที่พบกับ ไนจีเรีย เขาทำได้ 2 แอสซิสต์จากลูกฟรีคิก
ประตูและแอสซิสต์ในระดับทีมชาติของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| รายการแข่งขัน | นัดที่ลงสนาม | ประตู | แอสซิสต์ที่มีการบันทึกไว้ |
|---|---|---|---|
| ฟุตบอลโลก | 21 | 8 | 9 |
| โคปาอเมริกา (1979 และ 1987) | 6 | 4 | ไม่มีข้อมูล |
| รอบคัดเลือก, กระชับมิตร และฟุตบอลถ้วยรายการอื่น ๆ | 64 | 22 | ไม่มีข้อมูล |
| จำนวนประตูรวมอย่างเป็นทางการ | 91 | 34 | ไม่มีข้อมูล |
ข้อมูลนัดที่ลงเล่นและการลงเล่นเป็นตัวจริงในระดับทีมชาติของดิเอโก มาราโดนา ยืนยันการลงเล่นอย่างเป็นทางการ 91 นัดที่ลงสนาม ระหว่างปี 1977 ถึง 1994 ในการลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกช่วงฤดูกาล 1982 (มิถุนายน ถึง กรกฎาคม) เขาออกสตาร์ตเป็นตัวจริงทั้ง 5 นัดใน สเปน โดยไม่ถูกเปลี่ยนตัวออกตามแท็กติกเลย ความทนทานและความต่อเนื่องในแง่แท็กติกขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ระหว่างเส้นทางคว้าแชมป์ใน เม็กซิโก ช่วงฤดูกาล 1986 (พฤษภาคม ถึง มิถุนายน) โดยกัปตันทีมรายนี้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง 7 นัด และลงเล่นไปถึง 630 นาที ซึ่งเป็นการลงเล่นครบทุกนาทีตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์พาทีมชูถ้วยแชมป์โลก สำหรับหน้าที่กัปตันทีมในทัวร์นาเมนต์ถัดมาช่วงฤดูกาล 1990 (มิถุนายน ถึง กรกฎาคม) เขานำทัพลงสนาม 7 นัด พาทีมชาติเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้แม้จะมีอาการบาดเจ็บข้อเท้าที่ต้องฉีดยาระงับปวด และบทสุดท้ายในระดับทีมชาติช่วงฤดูกาล 1994 (มิถุนายน) ต้องจบลงก่อนเวลาอันควรหลังจากลงเล่นไปเพียง 2 นัด จากการถูกขับออกจากการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
นัดที่ลงเล่นและการลงเล่นเป็นตัวจริงในระดับทีมชาติของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| ระดับรายการแข่งขัน | นัดที่ลงสนาม | ตัวจริง | ตัวสำรอง |
|---|---|---|---|
| 1982 ฟุตบอลโลก | 5 | 5 | 0 |
| 1986 ฟุตบอลโลก | 7 | 7 | 0 |
| 1990 ฟุตบอลโลก | 7 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1994 ฟุตบอลโลก | 2 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| จำนวนประตูรวมอย่างเป็นทางการ | 91 | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ข้อมูลผลงานในเกมรุกของดิเอโก มาราโดนา แสดงสถิติการทำได้ 345 ประตู จากการลงเล่นเกมทางการ 680 นัดที่ลงเล่น คิดเป็นอัตราส่วน 0.51 ประตูต่อเกม การลงสนามระดับสโมสรกับทั้งหกทีมสร้างผลงาน 311 ประตู จากการลงเล่น 589 นัดที่ลงสนาม ซึ่งสร้างมาตรฐานอันยอดเยี่ยมให้กับกองหน้ารายนี้ ขณะที่การลงเล่นในเกมระดับนานาชาติให้กับทีมฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา ช่วยเพิ่มสถิติอีก 34 ประตู จากการติดทีมชาติในเกมทางการ 91 นัด ตั้งแต่ปี 1977 ถึง 1994. ผลงานในชุดคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 1986 (พฤษภาคม ถึง มิถุนายน) ถือเป็นจุดสูงสุดในอาชีพค้าแข้งของเขา โดยทำไปถึงห้าประตูและห้าแอสซิสต์จากการลงเล่นในการแข่งขันเจ็ดนัด ซึ่งกองหลังฝั่งตรงข้ามต่างใช้แท็กติกเข้าปะทะอย่างหนักหน่วงเพื่อหยุดยั้งจังหวะการสร้างสรรค์เกมของเขา ส่งผลให้เขาถูกทำฟาวล์ในเกมทางการไปถึง 53 ครั้ง และกลายเป็นสถิติตลอดกาลของรายการแข่งขันดังกล่าว
อัตราส่วนประตูต่อการแข่งขันของดิเอโก มาราโดนา พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ด้วยจำนวน 0.70 และที่ โบคา จูเนียร์ส ในปี 1981 ด้วยจำนวน 0.70 การพัฒนาฝีเท้าในระดับอาชีพช่วงแรกกับ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส สร้างความถี่ในการทำประตูที่สูงที่สุดในอาชีพค้าแข้ง โดยยิงได้ 116 ประตู จาก 166 นัดที่ลงเล่น พร้อมสร้างมาตรฐานระดับปรากฏการณ์ ผลงานในลีกแดนบ้านเกิดต่อมากับ โบคา จูเนียร์ส ยังคงรักษาประสิทธิภาพระดับแถวหน้าในช่วงฤดูกาล 1981 (เมโทรโปลิตาโน่) โดยยิงได้ 28 ประตู จาก 40 นัดที่ลงสนาม ก่อนที่การกลับมาเล่นในช่วงท้ายอาชีพจะทำให้ยอดรวมเพิ่มเป็น 35 ประตู จาก 70 นัดที่ลงเล่น การย้ายข้ามฟากสู่ยุโรปกับ ลาลีกา โดดเด่นด้วยผลงานเกมรุกอันยอดเยี่ยมที่ เอฟซี บาร์เซโลนา ซึ่งกองหน้ารายนี้ทำไป 38 ประตู จาก 58 เกมอย่างเป็นทางการตลอดสองฤดูกาลที่ถูกอาการบาดเจ็บรบกวน ช่วงเวลาเจ็ดฤดูกาลกับ โซชีเอตา สปอร์ตีวา กัลโช นาโปลี ตั้งแต่ปี 1984 ถึง 1991 (กันยายนถึงมีนาคม) บีบให้เขาต้องปรับตัวเข้ากับโครงสร้างเกมรับอันรัดกุมของอิตาเลียน เซเรียอา ซึ่งส่งผลให้ทำได้ 115 ประตู จาก 259 นัดที่ลงสนาม การลงเล่นให้สโมสรช่วงท้ายอาชีพใน สเปน และ อาร์เจนตินา ตัวเลขผลงานลดลงอย่างฮวบฮาบ โดยทำได้ห้าประตูจาก 31 นัดที่ลงเล่นรวมกันให้กับ เซบีย่า เอฟซี และ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ สถิติระดับนานาชาติตลอด 17 ปีกับฟุตบอลทีมชาติ อาร์เจนตินา ปิดฉากอาชีพด้วยผลงาน 34 ประตู จากการติดทีมชาติ 91 นัด
สถิติประตูต่อการแข่งขันของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| ทีม หรือ ระดับ | นัดที่ลงเล่น | ประตู | ประตูต่อเกม |
|---|---|---|---|
| อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | 166 | 116 | 0.70 |
| โบคา จูเนียร์ส | 70 | 35 | 0.50 |
| บาร์เซโลนา | 58 | 38 | 0.66 |
| นาโปลี | 259 | 115 | 0.44 |
| เซบีย่า และ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ | 31 | 5 | 0.16 |
| อาร์เจนตินา | 91 | 34 | 0.37 |
| จำนวนประตูรวม ตลอดอาชีพค้าแข้ง | 680 | 345 | 0.51 |
สถิติแฮตทริกและยิงสองประตูในนัดเดียวของดิเอโก มาราโดนา ได้รับการบันทึกไว้สำหรับเกมที่ทำได้สองประตูจำนวนหกนัด การแจ้งเกิดในประเทศครั้งแรกเกิดขึ้นกับ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ระหว่างฤดูกาล 1976 (นาซิโอนัล) เมื่อกองหน้าวัยสิบหกปีรายนี้ยิงสองประตูใส่ ซาน ลอเรนโซ การประเดิมสนามนัดสำคัญให้ โบคา จูเนียร์ส ในฤดูกาล 1981 (เมโทรโปลิตาโน่) ทำผลงานซ้ำรอยเดิมด้วยการซัดสองประตูสำคัญใส่ ตาเยเรส เด กอร์โดบา ช่วยพาทีมคว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาด ทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติมีผลงานทำหลายประตูอันน่าจดจำบนเวทีระดับโลกถึงสามครั้ง การเหมาสองประตูในรายการระดับโลกครั้งแรกเกิดขึ้นในเกมพบ ฮังการี ระหว่างรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก ปี 1982 ใน สเปน ฟอร์มเกมรุกอันไร้เทียมทานถึงขีดสุดเกิดขึ้นในเส้นทางสู่แชมป์ปี 1986 ใน เม็กซิโก (พฤษภาคมถึงมิถุนายน) โดยทำสองประตูติดต่อกันในเกมพบ อังกฤษ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ และ เบลเยียม ในรอบรองชนะเลิศ การบันทึกสถิติในรายการระดับภูมิภาคอเมริกาใต้ระบุผลงานทำสองประตูครั้งสุดท้ายในเกมพบ เนเธอร์แลนด์ ระหว่างรอบแบ่งกลุ่ม โคปาอเมริกา ปี 1987
สถิติการยิงสองประตูในนัดเดียวของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| วันที่ | คู่แข่ง | รายการแข่งขัน | ประตู | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|
| 14 พฤศจิกายน 1976 | ซาน ลอเรนโซ | ปริเมรา ดิบิซิออน | 2 | ไม่มีข้อมูล |
| 22 กุมภาพันธ์ 1981 | ตาเยเรส เด กอร์โดบา | ปริเมรา ดิบิซิออน | 2 | ชนะ 4 ต่อ 1 |
| 18 มิถุนายน 1982 | ฮังการี | บอลโลก | 2 | ชนะ 4 ต่อ 1 |
| 22 มิถุนายน 1986 | อังกฤษ | บอลโลก | 2 | ชนะ 2 ต่อ 1 |
| 25 มิถุนายน 1986 | เบลเยียม | บอลโลก | 2 | ชนะ 2 ต่อ 0 |
| 1987 | เนเธอร์แลนด์ | โคปาอเมริกา | 2 | ชนะ 3 ต่อ 0 |
ประตูจากจังหวะโอเพนเพลย์และจุดโทษของดิเอโก มาราโดนา รวมถึงประตูแห่งศตวรรษ ในวันที่ 22 มิถุนายน 1986 ซึ่งเป็นการลากเลื้อยระยะ 60 เมตรผ่านผู้เล่นอังกฤษ หกคน หมุดหมายถ้วยรางวัลในประเทศครั้งแรกกับ เอฟซี บาร์เซโลนา เกิดขึ้นจากการสังหารจุดโทษสำคัญในเกมนัดที่สองพบ เรอัล มาดริด เพื่อคว้าแชมป์ โกปา เด ลา ลีกา ปี 1983 การลงเล่นระดับทวีปต่อมากับ โซชีเอตา สปอร์ตีวา กัลโช นาโปลี พึ่งพาความเยือกเย็นจากจุดโทษของเขาอย่างมากระหว่างเส้นทางคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 1988-1989 เพลย์เมกเกอร์รายนี้ยิงลูกจุดโทษสุดสำคัญใส่ ยูเวนตุส ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนจะทำได้อีกครั้งในเกมพบ เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท ในเกมนัดแรกของรอบชิงชนะเลิศ จังหวะลุยเดี่ยวอันยอดเยี่ยมจากโอเพนเพลย์พุ่งสู่จุดสูงสุดระดับประวัติศาสตร์ระหว่างเส้นทางคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ปี 1986 ใน เม็กซิโก การดวลในรอบก่อนรองชนะเลิศกับ อังกฤษ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ให้กำเนิด ประตูแห่งศตวรรษ อันเป็นตำนาน จากการเลี้ยงบอลสุดตระการตาระยะ 60 เมตรผ่านผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ฝั่งตรงข้ามหกคน การแข่งขันรอบรองชนะเลิศนัดถัดมากับ เบลเยียม ในวันที่ 25 มิถุนายน มีอีกสองประตูจากโอเพนเพลย์ พาทีมทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของรายการ
ประตูจากโอเพนเพลย์และจุดโทษของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| วันที่ | รายการแข่งขัน | คู่แข่ง | ประเภทของประตู | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|
| 1983 | โกปา เด ลา ลีกา รอบชิงชนะเลิศ เลกสอง | เรอัล มาดริด | จุดโทษ | ชนะ 2 ต่อ 1 |
| 1989 | ยูฟ่า คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เลกสอง | ยูเวนตุส | จุดโทษ | ผ่านเข้ารอบหลังต่อเวลาพิเศษ |
| 1989 | ยูฟ่า คัพ นัดชิงชนะเลิศ เลกแรก | สตุ๊ตการ์ท | จุดโทษ | ชนะ 2 ต่อ 1 |
| 22 มิถุนายน 1986 | บอลโลก รอบก่อนรองชนะเลิศ | อังกฤษ | โอเพนเพลย์ (ประตูแห่งศตวรรษ) | ชนะ 2 ต่อ 1 |
| 25 มิถุนายน 1986 | บอลโลก รอบรองชนะเลิศ | เบลเยียม | โอเพนเพลย์ (2 ประตู) | ชนะ 2 ต่อ 0 |
ข้อมูลลูกฟรีคิกและประตูระยะไกลของดิเอโก มาราโดนา เน้นย้ำถึงเทคนิคการเล่นลูกนิ่งด้วยเท้าซ้าย การเล่นตามแท็กติกอาศัยท่ายิงเฉพาะตัวอย่างมาก โดยการยกเข่าทำมุมสูงเพื่อส่งบอลข้ามกำแพงป้องกันอย่างรวดเร็ว วิธีการยิงอันเป็นเอกลักษณ์นี้พิสูจน์แล้วว่าอันตรายอย่างยิ่งจากระยะ 16 ถึง 20 เมตร นำมาซึ่งประตูสำคัญบริเวณกรอบเขตโทษ การรวบรวมสถิติในภูมิภาคยืนยันยอดรวมการทำประตูจากฟรีคิกโดยประมาณที่ 60 ถึง 75 ประตูในระดับการแข่งขันต่างๆ รวมถึงการยิงลูกเซตพีซ 29 ครั้งให้กับ โซชีเอตา สปอร์ตีวา กัลโช นาโปลี ความแม่นยำในการสร้างสรรค์เกมจากตำแหน่งลูกนิ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการยิงประตูโดยตรง ดังที่เห็นได้จากเกมรอบแบ่งกลุ่มระดับนานาชาติที่พบกับ ไนจีเรีย ในฤดูกาล 1994 (มิถุนายน) กองกลางตัวจริงรายนี้บัญชาการเกมรุกทั้งแผงตลอดการแข่งขัน โดยทำสองแอสซิสต์สำคัญโดยตรงจากลูกฟรีคิก ช่วยพาทีมคว้าชัยชนะสองประตูต่อหนึ่ง
ข้อมูลฟรีคิกและลูกยิงระยะไกลของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| คุณลักษณะ | รายละเอียด | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ระยะการทำประตู | 16 ถึง 20 เมตรจากประตู | ระยะเผาขนและบริเวณกรอบเขตโทษ |
| เทคนิค | ยกเข่าสูง ส่งบอลลอยข้ามกำแพง | ผู้เชี่ยวชาญลูกนิ่ง |
| แอสซิสต์จากลูกเซตพีซ | 2 | อาร์เจนตินา 2 ต่อ 1 ไนจีเรีย, 25 มิถุนายน 1994 |
| การลุยเดี่ยว | 60 เมตร | ประตูแห่งศตวรรษ, 22 มิถุนายน 1986 |
สถิติการแอสซิสต์และการสร้างโอกาสของดิเอโก มาราโดนา แสดงให้เห็นถึงผู้จ่ายบอลที่ตัดสินเกมได้อย่างเด็ดขาดในเกมนัดชิงชนะเลิศและการลุ้นแชมป์ หมุดหมายสำคัญระดับสโมสรครั้งแรกเกิดขึ้นที่ เอฟซี บาร์เซโลนา ซึ่งเพลย์เมกเกอร์รายนี้จ่ายบอลอย่างแม่นยำเพื่อสร้างโอกาสให้ บิกตอร์ มูญอซ ทำประตูชัยในรอบชิงชนะเลิศ โกปาเดลเรย์ ปี 1983 หลังจากนั้น การลงเล่นในอิตาลีกับสโมสรฟุตบอล นาโปลี ได้สร้างผลงานการทำเกมที่สำคัญยิ่งหลายต่อหลายครั้งระหว่างการเดินหน้าคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์ ในฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ เขาทำแอสซิสต์สำคัญในนัดแรกของรอบชิงชนะเลิศ โกปปา อิตาเลีย ปี 1987 ให้แก่ ชิโร มูโร และในปี 1989 ให้แก่ อเลสซานโดร เรนิกา ส่วนความสำเร็จระดับทวีปแตะจุดสูงสุดอย่างแท้จริงระหว่างการแข่งขัน ยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 1988 ถึง 1989 โดยสร้างแอสซิสต์สำคัญระดับแชมป์ให้ คาเรกา ในนัดแรก และ ชิโร แฟร์รารา ในนัดที่สองที่พบกับ เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท ขณะที่แชมป์ลีกในประเทศสมัยสุดท้ายถูกปิดฉากลงในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 1989 ถึง 1990 ของ เซเรียอา เมื่อการเปิดบอลที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวได้สร้างโอกาสให้ มาร์โก บาโรนี ทำประตูใส่ ลาซิโอ ส่วนโปรแกรมระดับนานาชาติของ อาร์เจนตินา ได้แสดงให้เห็นถึงการเล่นในรายการแข่งขันที่ไร้เทียมทาน โดดเด่นด้วยการเลี้ยงบอลลุยเดี่ยวสุดตระการตาเพื่อแอสซิสต์ให้ เคลาดิโอ คานิกเกีย ในเกมพบ บราซิล ในศึกฟุตบอลโลก ปี 1990 ขณะที่ช่วงเวลาแห่งการทำเกมระดับประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ในเกมนัดชิงชนะเลิศเพื่อตัดสินแชมป์ปี 1986 โดยจ่ายบอลอย่างแม่นยำในนาทีที่ 84 ให้ ฮอร์เก บูร์รูชากา พาทีมคว้าแชมป์โลกไปครอง
ข้อมูลการทำแอสซิสต์และการสร้างโอกาสของดิเอโก มาราโดนา แสดงไว้ในตารางด้านล่างนี้
| วันที่ | รายการแข่งขัน | คู่แข่ง | แอสซิสต์ให้ |
|---|---|---|---|
| 1983 | นัดชิงชนะเลิศ โกปาเดลเรย์ | เรอัล มาดริด | บิกตอร์ มูญอซ |
| 1987 | โกปปา อิตาเลีย นัดชิงชนะเลิศ เลกแรก | อตาลันต้า | ชิโร มูโร |
| 1989 | โกปปา อิตาเลีย นัดชิงชนะเลิศ เลกแรก | ซามพ์โดเรีย | อเลสซานโดร เรนิกา |
| 1989 | ยูฟ่า คัพ นัดชิงชนะเลิศ เลกแรก | สตุ๊ตการ์ท | คาเรกา |
| 17 พฤษภาคม 1989 | ยูฟ่า คัพ นัดชิงชนะเลิศ เลกสอง | สตุ๊ตการ์ท | ชิโร แฟร์รารา |
| 1990 | นัดสุดท้าย เซเรียอา | ลาซิโอ | มาร์โก บาโรนี |
| 24 มิถุนายน 1990 | บอลโลก รอบ 16 ทีม | บราซิล | เคลาดิโอ คานิกเกีย |
| 29 มิถุนายน 1986 | นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก | เยอรมนี ตะวันตก | ฮอร์เก บูร์รูชากา |
ข้อมูลสถิติการแข่งขันแบบนัดต่อนัดของดิเอโก มาราโดนา ครอบคลุมเกมนัดชิงชนะเลิศและแมตช์ระดับตำนานตั้งแต่ปี 1981 ถึง 1997 บันทึกการแข่งขันแบบละเอียดนี้ติดตามการลงสนามในระดับชุดใหญ่ของเขาตั้งแต่การประเดิมสนามระดับอาชีพในปี 1976 จนกระทั่งการแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในปี 1997 ช่วงแรกอันโดดเด่นในเกมระดับสโมสรภายในประเทศเน้นไปที่แคมเปญประวัติศาสตร์ปี 1981 ร่วมกับ โบคา จูเนียร์ส ซึ่งผลงานส่วนตัวของเขาในแต่ละนัดมีส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์ เมโทรโปลิตาโน่ การติดตามผลงานระดับทีมชาติชั้นนำมุ่งเน้นไปที่เส้นทางสู่ตำแหน่งแชมป์ระหว่างรายการแข่งขันปี 1986 ที่ เม็กซิโก ข้อมูลรอบการแข่งขันแบบแพ้คัดออกบันทึกผลงานระดับประวัติศาสตร์ในแต่ละนัดอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำถึงสองประตูที่ยิงใส่ อังกฤษ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ และอีกสองประตูในเกมพบกับ เบลเยียม ในรอบรองชนะเลิศ การแข่งขันนัดชิงชนะเลิศระดับโลกเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ปิดฉากลงด้วยการจ่ายบอลตัดสินเกมในนาทีที่ 84 เพื่อเอาชนะเยอรมนี ขณะที่การบันทึกสถิติระดับทีมชาติในช่วงท้ายของอาชีพได้เก็บข้อมูลการลงเล่นอย่างเป็นทางการนัดสุดท้ายให้กับฟุตบอลทีมชาติ อาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 1994 ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะสองประตูต่อหนึ่งเหนือ ไนจีเรีย
สถิติการแข่งขันที่มีการบันทึกล่าสุดของดิเอโก มาราโดนา แสดงรายละเอียดเกมส่งท้ายของอาร์เจนตินาและสโมสร ประตูสุดท้ายกับอาร์เจนตินาเกิดขึ้นในเกมพบกรีซ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 1994 ในชัยชนะสี่ต่อศูนย์ การแข่งขันนัดสุดท้ายกับอาร์เจนตินาคือการพบกับไนจีเรีย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 1994 โดยทำไปสองแอสซิสต์ในชัยชนะสองต่อหนึ่ง นัดสุดท้ายในระดับสโมสรคือเกมที่โบคา จูเนียร์ส พบ ริเวอร์ เพลท เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 1997
สถิติการแข่งขันที่มีการบันทึกล่าสุดของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| ประเภทการแข่งขัน | ประตูสุดท้ายกับอาร์เจนตินา | นัดสุดท้ายกับอาร์เจนตินา | นัดสุดท้ายในระดับสโมสร |
|---|---|---|---|
| วันที่ | 21 มิถุนายน 1994 | 25 มิถุนายน 1994 | 25 ตุลาคม 1997 |
| คู่แข่ง | กรีซ | ไนจีเรีย | ริเวอร์ เพลท |
| รายการแข่งขัน | บอลโลก | บอลโลก | ปริเมรา ดิบิซิออน |
| ผลการแข่งขัน | ชนะ 4 ต่อ 0 | ชนะ 2 ต่อ 1 | ไม่มีข้อมูล |
| ประตู | 1 | 0 | ไม่มีข้อมูล |
| แอสซิสต์ | 0 | 2 | ไม่มีข้อมูล |
ผลงานในนัดที่โดดเด่นของดิเอโก มาราโดนา เน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมชี้ขาดในรอบน็อกเอาต์ของบอลโลก โดยในรอบก่อนรองชนะเลิศอังกฤษ เกิดประตูหัตถ์พระเจ้าและประตูแห่งศตวรรษ รอบรองชนะเลิศเบลเยียม ทำไปสองประตูจากความสามารถเฉพาะตัว รอบ 16 ทีมสุดท้ายของบราซิล ในปี 1990 ทำหนึ่งแอสซิสต์ในชัยชนะหนึ่งต่อศูนย์
ผลงานในนัดที่โดดเด่นของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| วันที่แข่งขัน | คู่แข่ง | รอบการแข่งขัน | ประตูที่ทำได้ | แอสซิสต์ | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 22 มิถุนายน 1986 | อังกฤษ | รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก | 2 | 0 | ชนะ 2 ต่อ 1 |
| 25 มิถุนายน 1986 | เบลเยียม | รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก | 2 | 0 | ชนะ 2 ต่อ 0 |
| 29 มิถุนายน 1986 | เยอรมนี ตะวันตก | นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก | 0 | 1 | ชนะ 3 ต่อ 2 |
| 24 มิถุนายน 1990 | บราซิล | บอลโลก รอบ 16 ทีมสุดท้าย | 0 | 1 | ชนะ 1 ต่อ 0 |
| 21 มิถุนายน 1994 | กรีซ | บอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม | 1 | 0 | ชนะ 4 ต่อ 0 |
อัตราส่วนการทำประตูต่อนัดของดิเอโก มาราโดนา มีการบันทึกไว้อย่างครบถ้วนสำหรับหกฤดูกาลแรก โดยฤดูกาล 1979 ทำได้ 26 ประตู จาก 26 นัดที่ลงเล่น คิดเป็นอัตราส่วน 1.00 ฤดูกาล 1980 ทำได้ 43 ประตู จาก 45 นัดที่ลงเล่น ส่วนฤดูกาลของบาร์เซโลนาทำได้ 0.66 และ 0.65 ประตูต่อเกม
ประตูในแต่ละนัดของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| ฤดูกาล | ทีม | นัดที่ลงสนาม | ประตู | ประตูต่อเกม |
|---|---|---|---|---|
| 1976 | อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | 11 | 2 | 0.18 |
| 1977 | อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | 49 | 19 | 0.39 |
| 1978 | อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | 35 | 26 | 0.74 |
| 1979 | อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | 26 | 26 | 1.00 |
| 1980 | อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส | 45 | 43 | 0.96 |
| 1981 | โบคา จูเนียร์ส | 40 | 28 | 0.70 |
| 1982 - 1983 | บาร์เซโลนา | 35 | 23 | 0.66 |
| 1983 - 1984 | บาร์เซโลนา | 23 | 15 | 0.65 |
ข้อมูลการทำประตูตามรายการแข่งขันของดิเอโก มาราโดนา ยืนยันยอด 345 ประตู จาก 680 นัดที่ลงเล่นอย่างเป็นทางการ โดยในอาร์เจนตินา ปรีเมรา ดิบิซิออน ทำได้ 144 ประตู จาก 206 นัดที่ลงเล่น เซเรียอา ทำได้ 81 ประตู จาก 188 นัดที่ลงเล่น ยูโรเปียนคัพวินเนอร์สคัพมีสถิติอัตราส่วนสูงสุดที่ 1.14
ประตูตามรายการแข่งขันของดิเอโก มาราโดนา แสดงอยู่ในตารางด้านล่างนี้
| การจัดประเภทรายการแข่งขัน | นัดที่ลงสนามทั้งหมด | ประตูที่ทำได้รวม | อัตราการทำประตู |
|---|---|---|---|
| อาร์เจนตินา ปรีเมรา ดิบิซิออน | 206 | 144 | 0.70 |
| ลาลีกา | 36 | 22 | 0.61 |
| โกปาเดลเรย์ | 9 | 4 | 0.44 |
| ยูโรเปียนคัพวินเนอร์สคัพ | 7 | 8 | 1.14 |
| โกปาเดลาลีกา | 6 | 4 | 0.67 |
| เซเรียอา | 188 | 81 | 0.43 |
| บอลถ้วยของนาโปลีและฟุตบอลยุโรป | 71 | 34 | 0.48 |
| สโมสรช่วงหลัง (1992 ถึง 1997) | 66 | 14 | 0.21 |
| ฟุตบอลโลก | 21 | 8 | 0.38 |
| นัดอื่นๆ ของอาร์เจนตินา | 70 | 26 | 0.37 |
| รวมตลอดอาชีพอย่างเป็นทางการ | 680 | 345 | 0.51 |
ดิเอโก มาราโดนา เป็นกองกลางตัวรุกชาวอาร์เจนตินา เกิดในชื่อ ดิเอโก อาร์มันโด มาราโดนา เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 1960 ที่ลานุส จังหวัดบัวโนสไอเรส มาราโดนาลงเล่นประเดิมสนามให้สโมสรอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ด้วยวัย 15 ปี ในปี 1976 และลงเล่นให้อาร์เจนตินา ด้วยวัย 16 ปี ในปี 1977 มาราโดนารับบทกัปตันทีมนำทัพอาร์เจนตินา คว้าแชมป์บอลโลก ปี 1986 พร้อมกับคว้ารางวัลลูกบอลทองคำในฐานะผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำรายการแข่งขัน นาโปลี คว้าแชมป์เซเรียอา สองสมัย, โกปปาอีตาเลีย ปี 1987 และยูฟ่าคัพ ปี 1989 ภายใต้การนำทัพของมาราโดนา ฟีฟ่าได้ประกาศยกย่องให้มาราโดนาเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งศตวรรษร่วมกันในปี 2000 มาราโดนาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2020 ที่ดิเก ลูฮาน ด้วยวัย 60 ปี
ดิเอโก มาราโดนา ลงเล่นในบทบาทกองกลางตัวรุก กองหน้าตัวต่ำ และหมายเลข 10 สไตล์คลาสสิกให้กับ นาโปลี, บาร์เซโลนา และ อาร์เจนตินา โดยบรรดาผู้จัดการทีมมักมอบหมายให้ มาราโดนา เล่นในบทบาทอิสระอยู่ด้านหลังกองหน้า และบางครั้งก็ปรับบทบาทมาเป็นกองกลางตัวรุกตรงกลางสนาม เท้าซ้ายข้างถนัดของเขาถูกใช้ทั้งในการเลี้ยงบอล จ่ายบอล และยิงฟรีคิก จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำช่วยเรื่องการทรงตัวเมื่อต้องดวลกับกองหลังที่รูปร่างสูงใหญ่กว่า บทบาทการสร้างสรรค์เกมดังกล่าวตรงกับ ตำแหน่งกองกลางตัวรุก
ดิเอโก มาราโดนา มีอายุ 60 ปี ตอนที่เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2020 ภาวะหัวใจหยุดเต้นพรากชีวิตของมาราโดนาไปในขณะหลับ ณ บ้านพักในดีเก ลูฆาน จังหวัดบัวโนสไอเรส โดยเขาเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดสมองฉุกเฉินเนื่องจากมีภาวะเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอกเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2020 ทางด้าน อาร์เจนตินา ได้ประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลาสามวัน พิธีฝังศพจัดขึ้นในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2020 ณ สุสานฮาร์ดิน เด เบยา บิสตา เคียงข้างหลุมศพของบิดามารดา
ดิเอโก มาราโดนา มาจากลานุส เมืองในจังหวัดบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในบียา ฟิโอริโต ซึ่งเป็นชุมชนแออัดบริเวณชานเมืองทางตอนใต้ของบัวโนสไอเรส มาราโดนา เข้าร่วมทีม ลอส เซโบยิตัส ซึ่งเป็นทีมระดับเยาวชนของ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส ในเดือนมีนาคม 1969 ขณะมีอายุได้แปดขวบ ลอส เซโบยิตัส คว้าแชมป์ เอบิตา ทัวร์นาเมนต์ ได้สองสมัยในปี 1973 และ 1974 พร้อมทำสถิติไร้พ่ายติดต่อกันถึง 141 นัด ทั้งนี้ พ่อแม่ของเขาย้ายจากเอสกวินา ในรัฐกอร์ริเอนเตส มายังบัวโนสไอเรสในช่วงทศวรรษ 1950
ส่วนสูงของดิเอโก มาราโดนา อยู่ที่ 5 ฟุต 5 นิ้ว (1.65 ม.) สรีระที่กะทัดรัดช่วยส่งเสริมการเร่งความเร็วอย่างฉับพลันและการทรงตัวที่แข็งแกร่งยามปะทะกับแนวรับที่ตัวสูงกว่า จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำช่วยให้ มาราโดนา ทนทานต่อแรงปะทะทางร่างกายขณะครองบอล ประตูที่สองที่ยิงใส่ อังกฤษ ในรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ปี 1986 ที่สนามเอสตาดิโอ อัซเตกา แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบด้านการเลี้ยงบอลจากสรีระดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
ดิเอโก มาราโดนา สวมเสื้อหมายเลข 10 ให้กับ อาร์เจนตินา, อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส, โบคา จูเนียร์ส, บาร์เซโลนา และ นาโปลี โดยการลงเล่นระดับอาชีพนัดแรกของเขาเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 1976 เกิดขึ้นภายใต้เสื้อหมายเลข 16 ต่อมา นาโปลี ได้รีไทร์เสื้อหมายเลข 10 ในปี 2000 ด้านสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาได้ยื่นเรื่องต่อฟีฟ่าในปี 2001 เพื่อขอรีไทร์หมายเลข 10 เพื่อเป็นเกียรติแก่มาราโดนา ทว่าฟีฟ่าไม่อนุมัติตามคำขอดังกล่าว
ดิเอโก มาราโดนา เกิดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 1960 ที่โรงพยาบาลโปลีคลีนิโก เอบิตา ในเมืองลานุส จังหวัดบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา พ่อแม่ของเขาคือ ดิเอโก มาราโดนา ซีเนียร์ คนงานโรงงานเคมี และ ดัลมา ซัลบาโดรา ฟรังโก ส่วนน้องชายอย่าง อูโก และ ราอูล ต่างก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพเช่นกัน ฉายา เอล ปิเบ เด โอโร ของเขามีความหมายว่า หัตถ์พระเจ้า หรือ เด็กชายทองคำ
ดิเอโก มาราโดนา ลงประเดิมสนามในระดับอาชีพให้กับอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 1976 สิบวันก่อนวันเกิดครบรอบ 16 ปีของเขา อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส แข่ง กับตายีเรส เด กอร์โดบา ในการแข่งขัน นัดนี้ และมาราโดนาลงสู่สนามโดยสวมเสื้อหมายเลข 16 การแตะบอลลอดขาฮวน โดมิงโก กาเบรรา กองหลังคู่แข่งกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งพรสวรรค์ของเขา มาราโดนากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ปริเมรา ดิบิซิออน อาร์เจนตินา สองประตูแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1976 ในเกมพบซาน ลอเรนโซ จากนั้นการประเดิมสนามกับ อาร์เจนตินา จึงตามมาในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1977 ในการพบกับ ฮังการี ด้วยวัย 16 ปี
ดิเอโก มาราโดนา แข่งให้กับนาโปลีเป็นเวลาเจ็ดฤดูกาลตั้งแต่ปี 1984 ถึง 1991 นาโปลี เปิดตัวมาราโดนาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 1984 ต่อหน้าผู้ชม 75,000 คนที่สตาดิโอ ซาน เปาโล สโมสรทำสถิติ 115 ประตู จาก 259 นัดที่ลงสนาม ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นสถิติสโมสรจนกระทั่ง มาเร็ก ฮัมชีก ทำลายสถิตินี้ในปี 2017. นาโปลี คว้าแชมป์ เซเรียอา สองสมัย, โกปปา อิตาเลีย, ยูฟ่าคัพ และอิตาเลียน ซูเปอร์คัพ โทษแบน 15 เดือนทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวสิ้นสุดลงในปี 1991
ดิเอโก มาราโดนา ย้ายร่วมทีมบาร์เซโลนาในปี 1982 ด้วยค่าตัวสถิติโลกในเวลานั้นที่ [$7.6 ล้าน] บาร์เซโลนา คว้าแชมป์ 1983 โกปาเดลเรย์ และ 1983 โกปาเด ลาลีกา ภายใต้การคุมทีมของโค้ช เซซาร์ ลุยส์ เมโนตติ การเข้าสกัดของ อันโดนี โกอิโกเอตเชอา ทำให้ข้อเท้าซ้ายหักในเดือนกันยายน 1983. มาราโดนาทำสถิติ 38 ประตู จาก 58 นัดที่ลงสนาม ตลอดสองฤดูกาล เหตุการณ์วิวาทในนัดชิงชนะเลิศ 1984 โกปาเดลเรย์ กับ แอธเลติก บิลเบา ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวสิ้นสุดลง และตามมาด้วยการย้ายทีมด้วยค่าตัวสถิติ [$10.48 ล้าน] สู่นาโปลี
ดิเอโก มาราโดนา แขวนสตั๊ดจากฟุตบอลอาชีพเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 1997 ในวัย 36 ปี หลังจากกลับมาค้าแข้งคำรบสองที่โบคา จูเนียร์ส ตั้งแต่ปี 1995 ถึง 1997 การแข่งขัน อาร์เจนตินา นัดสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 1994 ในการพบกับ ไนจีเรีย ที่ฟุตบอลโลก การแข่งขันนัดเกียรติยศเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2001 ที่ลา บอมโบเนรา เป็นการพบกันระหว่างทีมรวมดาราโลกกับ อาร์เจนตินา มาราโดนายิงสองประตูจากลูกจุดโทษในชัยชนะหกต่อสาม
ดิเอโก มาราโดนา แขวนสตั๊ดตอนอายุเท่าไหร่? ดิเอโก มาราโดนา แขวนสตั๊ดในวัย 36 ปี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 1997 เพียงห้าวันก่อนวันเกิดครบรอบ 37 ปีของเขา
ดิเอโก มาราโดนา คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1 สมัยกับอาร์เจนตินา, คว้าแชมป์เซเรียอา 2 สมัย และยูฟ่าคัพ กับ นาโปลี รวมถึงแชมป์โกปาเดลเรย์กับบาร์เซโลนา
รายชื่อถ้วยรางวัลที่ดิเอโก มาราโดนา คว้ามาได้ มีดังต่อไปนี้
ดิเอโก มาราโดนา ได้รับรางวัลเกียรติยศส่วนตัวจากฟีฟ่า, ลีกอิตาลี และมูลนิธิโคเนกซ์ โดยรางวัลส่วนตัวที่ดิเอโก มาราโดนา ได้รับ มีระบุไว้ดังต่อไปนี้
ดิเอโก มาราโดนา ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล แม้จะไม่มีฉันทามติที่ระบุชื่อผู้ที่เก่งที่สุดเพียงคนเดียวก็ตาม โดยฟีฟ่าได้มอบตำแหน่งผู้เล่นแห่งศตวรรษร่วมกับเปเล่ใน 2000 โฟร์โฟร์ทูจัดอันดับให้มาราโดนาอยู่อันดับหนึ่งในรายชื่อ 100 นักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปี 2017 และ 90 มิน ก็จัดให้มาราโดนาอยู่อันดับหนึ่งในการจัดอันดับเมื่อเดือนมีนาคม 2020 ขณะที่เวิลด์ซอกเกอร์จัดมาราโดนาอยู่อันดับสองในปี 1999 ผู้สนับสนุนมักอ้างถึง 1986 ฟุตบอลโลก ในขณะที่นักวิจารณ์ชี้ไปที่การคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก เพียงสมัยเดียวและช่วงเวลาพีคที่สั้นกว่าในระดับสโมสร
ดิเอโก มาราโดนา คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ได้ 1 สมัยร่วมกับอาร์เจนตินา ในปี 1986 มาราโดนายิงได้ห้าประตูและทำไปห้าแอสซิสต์จากการลงสนามเจ็ดนัดที่ลงเล่น พร้อมทั้งมีส่วนร่วมกับการทำประตูหรือแอสซิสต์ถึง 10 จากทั้งหมด 14 ประตูของ อาร์เจนตินา ในรอบชิงชนะเลิศปี 1986 ที่พบกับเยอรมนีตะวันตก เยอรมนี จบลงด้วยชัยชนะสามต่อสองที่สนามเอสตาดิโอ อัซเตกา อาร์เจนตินา ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศปี 1990 และพ่ายให้กับเยอรมนีตะวันตก เยอรมนี ไปศูนย์ต่อหนึ่ง รายการแข่งขันในปี 1986 ยังสร้างสถิติของฟุตบอลโลก ในการเป็นผู้เล่นที่ถูกทำฟาวล์มากที่สุดถึง 53 ครั้งอีกด้วย
สถิติฟุตบอลของดิเอโก มาราโดนา
สถิติฟุตบอลของดิเอโก มาราโดนา แสดงตัวเลข 345 ประตูอย่างเป็นทางการ จากการลงเล่น 680 นัดที่ลงสนาม ให้กับหกสโมสรและอาร์เจนตินา ตั้งแต่ปี 1976 ถึง 1997…